[NEW] ฌอง ฌาค รุสโซ (Jean Jacques Rousseau, ค.ศ. 1712-1778) | social contract คือ – Sathyasaith

social contract คือ: นี่คือโพสต์ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้

กลับหน้ากระดานสนทนา
.::รัฐศาสตร์ ::.

ฌอง ฌาค รุสโซ (Jean Jacques Rousseau, ค.ศ. 1712-1778)

 

ผู้ตั้งคำถาม :

preeda

วันที่ Post :

 จำนวน Post:

2629

ครั้ง

User:

preeda

โพสต์: 

2629

 

ครั้ง

id Post

1017056

วันที่ Post :

ฌอง ฌาค รุสโซ (Jean Jacques Rousseau, ค.ศ. 1712-1778) เป็นชาวฝรั่งเศส ได้เขียนหนังสือชื่อ “สัญญาประชาคม” (Social Contract) ในหนังสือเล่นนี้ รุสโซ กล่าวถึงสัญญาประชาคมว่า หมายถึง สัญญาที่แต่ละคนเข้าร่วมกับทุกคนภายใต้เอกภาพและเจตจำนงอันเดียวกัน โดยที่ประชาชนสามารถก่อตั้งรัฐบาลขึ้นได้และให้อำนาจแก่รัฐบาลเพื่อรับใช้ประชาชน

แต่ถ้าเมื่อใดที่ประชาชนไม่พอใจรัฐบาลก็อาจเปลี่ยนแปลงรัฐบาลได้ รุสโซ ชี้ให้เห็นว่าสภาวะธรรมชาตินั้นเป็นสภาวะที่มนุษย์

มีความผาสุก มีอิสระเสรี และความเสมอภาค อย่างไรก็ตามแม้มนุษย์จะเกิดมาเสรี แต่ทุกหนทุกแห่งมนุษย์ก็ถูกตรึงด้วยโซ่ตรวนแห่งพันธนาการ แนวความคิดของรุสโซถือว่าเป็นรากฐานของระบอบประชาธิปไตยในเวลาต่อมา

สำหรับการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งสำคัญในโลกตะวันตก ซึ่งมีความหมายอย่างยิ่งต่อการพัฒนาประชาธิปไตย ได้แก่ การปฏิวัติอันรุ่งโรจน์ของอังกฤษ (ค.ศ.1688) การปฏิวัติอเมริกา (ค.ศ.1776) และการปฏิวัติฝรั่งเศส (ค.ศ.1789) 


User:

preeda

โพสต์: 

2629

 

ครั้ง

id Post

1017059

วันที่ Post :

แนวคิดของ ฌอง ฌาค รุสโซ [Jean Jacques Rousseau] กับบางเสี้ยวแห่งวิกฤตการเมืองไทย


ฌอง ฌาค รุสโซ [Jean Jacques Rousseau] นักเขียน นักทฤษฎีการเมือง นักประพันธ์เพลงที่ฝึกฝนด้วยตัวเองแห่งยุคแสงสว่างและเป็นนักปรัชญาสังคมชาวสวิส เชื้อสายฝรั่งเศสผู้มีอิทธิพลต่อการปฏิวัติฝรั่งเศส [French Revolution] ใน คศ.1789 รุสโซ เกิดที่กรุงเจนีวา ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2255 มารดาของเขาเสีย ชีวิตหลังจากคลอดเขาได้เพียง 9 วัน บิดาเป็นช่างซ่อมนาฬิกาที่ไม่ประสบความสำเร็จ ตอนรุสโซ อายุ 6 ขวบ พ่อของเขาได้ติดคุก เขาจึงต้องไปอาศัยอยู่กับลุง รุสโซหัดอ่านหนังสือมา ตั้งแต่เด็กและเรียนรู้ด้วยตัวเอง ตอนรุสโซ อายุ 16 ปี ได้ออกจากเจนีวา เดินทางท่องเที่ยวและได้หางานทำไป เรื่อยๆ จนได้เป็นผู้ช่วยทูต ในปี พศ.2293 The Social Contract, or Principles of Political of political Right เขาได้ตีพิมพ์หนังสือ Discourse on the Arts and Sciences ซึ่งประสบความสำเร็จและสร้าง ชื่อเสียงให้แก่เขาเป็นอย่างมาก อีก 11 ปี ต่อมาก็ตีพิมพ์นิยายเรื่องแรกชื่อ Julie,ou la nouvelle Holoise [The New Heloise] จากนั้นก็ได้มีผลงานออกมาอย่างสม่ำเสมอทั้งหนังสือวิชาการและนิยาย ผลงานที่มีชื่อเสียงได้แก่และ The Confessions of Jean-Jacques 

ฌอง ฌาค รุสโซ [Jean Jacques Rousseau] นักเขียน นักทฤษฎีการเมือง นักประพันธ์เพลงที่ฝึกฝนด้วยตัวเองแห่งยุคแสงสว่างและเป็นนักปรัชญาสังคมชาวสวิส เชื้อสายฝรั่งเศสผู้มีอิทธิพลต่อการปฏิวัติฝรั่งเศส [French Revolution] ใน คศ.1789 รุสโซ เกิดที่กรุงเจนีวา ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2255 มารดาของเขาเสีย ชีวิตหลังจากคลอดเขาได้เพียง 9 วัน บิดาเป็นช่างซ่อมนาฬิกาที่ไม่ประสบความสำเร็จ ตอนรุสโซ อายุ 6 ขวบ พ่อของเขาได้ติดคุก เขาจึงต้องไปอาศัยอยู่กับลุง รุสโซหัดอ่านหนังสือมา ตั้งแต่เด็กและเรียนรู้ด้วยตัวเอง ตอนรุสโซ อายุ 16 ปี ได้ออกจากเจนีวา เดินทางท่องเที่ยวและได้หางานทำไป เรื่อยๆ จนได้เป็นผู้ช่วยทูต ในปี พศ.2293 The Social Contract, or Principles of Political of political Right เขาได้ตีพิมพ์หนังสือ Discourse on the Arts and Sciences ซึ่งประสบความสำเร็จและสร้าง ชื่อเสียงให้แก่เขาเป็นอย่างมาก อีก 11 ปี ต่อมาก็ตีพิมพ์นิยายเรื่องแรกชื่อ Julie,ou la nouvelle Holoise [The New Heloise] จากนั้นก็ได้มีผลงานออกมาอย่างสม่ำเสมอทั้งหนังสือวิชาการและนิยาย ผลงานที่มีชื่อเสียงได้แก่และ The Confessions of Jean-Jacques


Rousseau 

รุสโซเชื่อว่าธรรมชาติของมนุษย์เป็นคนดีแต่สังคมทำให้มนุษย์เป็นคนเลว แปดเปื้อน และมนุษย์ มีเสรีภาพตามธรรมชาติโดยไม่จำกัดแต่เมื่อมนุษย์มารวมกันเป็นสังคมจึงต้องมีการจำกัดสิทธิเสรีภาพบางส่วนโดยการทำ

สัญญาประชาคม

 (The social Contract )

 เพื่อไม่ให้เกิดการลิดรอนสิทธิเสรีภาพของกันและกัน รุสโซกล่าวว่า 

“ 

มนุษย์เกิดมาพร้อมเสรีภาพแต่ทุกหนทุกแห่ง เขาต้องตกอยู่ในเครื่องพันธนาการ 

“ 

ความคิดของรุสโซ มีอิทธิพลต่อการปฏิวัติฝรั่งเศส ในปี 

2332 

อย่างมาก และได้พัฒนาเป็นทฤษฎีสังคมนิยม (

Socialist theory)

และมีส่วนสำคัญของการพัฒนาการทางแนวคิด โรแมนติก (

Romanticism)

Rousseau(The social Contract )2332Socialist theory)Romanticism)

แนวคิดโดยย่อ

ปรัชญาของรุสโซ

รุสโซสอนให้คนกลับไปหาธรรมชาติ (

Back to Nature) 

เป็นการยกย่องคุณค่าของคนว่า

ธรรมชาติของคนดีอยู่แล้วแต่สังคมทำให้เป็นคนเลว

“ และ

 

เหตุผลมีประโยชน์แต่มิใช่คำตอบของชีวิต มนุษย์จึงควรต้องพึ่งความรู้สึก สัญชาตญาณและอารมณ์ของตนเองให้มากกว่าเหตุผล”

ทฤษฎีคนเถื่อนใจธรรม

รุสโซเชื่อว่ามนุษย์นั้นเป็นคนดีโดยธรรมชาติหรือเป็นคนเถื่อนใจธรรม (

Nobel Savage) 

เมื่ออยู่ในสภาวะธรรมชาติ

(

เป็นสภาวะเดียวกับสัตว์ อื่นๆและเป็นสภาพที่มนุษย์อยู่มาก่อนที่จะมีการสร้างอารยธรรมและสังคม) แต่กลับถูกทำให้แปดเปื้อนโดยสังคม เขามองสังคมว่าเป็นสิ่งที่ถูกประดิษฐ์ขึ้น และเชื่อว่าการพัฒนาของสังคมโดยเฉพาะการเพิ่มขึ้นของการพึ่งพากันในสังคมเป็นสิ่งที่อันตรายต่อความเป็นอยู่ของมนุษย์

ความเรียงชื่อ “การบรรยายเกี่ยวกับศิลปะและวิทยาศาสตร์” (พ.ศ. 2293) ที่ได้รับรางวัลของเมือง ได้อธิบายว่าความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และศิลปศาสตร์นั้น ไม่เป็นประโยชน์กับมนุษย์ โดยรุสโซได้เสนอว่าพัฒนาการของความรู้ทำให้รัฐบาลมี

อำนาจ

มากขึ้น แต่กลับทำลายเสรีภาพของ

ปัจเจกชน

 กล่าวคือพัฒนาการเชิงวัตถุจะทำลายโอกาสของ

ความเป็นเพื่อน

ที่จริงใจ โดยจะทำให้เกิด

ความอิจฉา

 ความกลัว และ 

ความระแวงสงสัย

การบรรยายว่าด้วยความไม่เสมอภาค

ศึกษาเกี่ยวกับการพัฒนาและการทำลายของมนุษย์ตั้งแต่ในสมัยโบราณจนถึงสมัยใหม่ รุสโซ่เสนอว่ามนุษย์ ในยุคแรกสุดเป็นมนุษย์ครึ่งลิงซึ่งอยู่แยกจากกัน โดยมนุษย์มีความแตกต่างจากสัตว์ตรงที่มนุษย์มีความต้องการอย่างอิสระ (

Free will)

และแสวงหาความสมบุรณ์แบบ ซึ่งมนุษย์ในยุคบุกเบิกจะมีความต้องการพื้นฐานเพื่อดูแลตนเอง ขณะที่เมื่อมนุษย์มีความสัมพันธ์ระหว่างกันเพิ่มมากขึ้นความรู้สึกห่วงหาอาทรและความสงสารจะเกิดขึ้นตามมาซึ่งเรียกว่าเป็นการปรับเปลี่ยนทางด้านจิตวิทยา กล่าวคือมีการให้ความสำคัญต่อความคิดเห็นของผู้อื่น โดยรุสโซเรียกความรู้สึกใหม่ี่ที่เกิดขึ้นว่า “จุดเริ่มต้นของการผลิบานของมนุษย์”

สาระของแนวคิด

รุสโซกล่าวว่า 

มนุษย์เกิดมาเสรีแต่ทุกหนทุกแห่งอยู่ในพันธนาการ “เป็นการตกผลึกทางความคิดของรุสโซ ที่ได้ก่อตัวขึ้นก่อนหน้านี้ และงานเขียนชิ้นสำคัญของรุสโซ ก่อน 

Social Contract 

คือ

 Discourse on the Origin and the Foundations of Inequality Among Men 

หรือเรียกว่า 

The Second Discourse 

ดังนั้นจึงจำเป็นต้องศึกษา

The Second Discourse 

ก่อน

Social ContractDiscourse on the Origin and the Foundations of Inequality Among MenThe Second DiscourseThe Second Discourse

เป็นบทความที่รุสโซ เขียนเกี่ยวกับธรรมชาติของมนุษย์และสัตว์ โดยชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างมนุษย์และสัตว์ กล่าวคือมนุษย์ดำเนินชีวิตด้วยการเป็นผู้กระทำที่เสรี แต่สัตว์เลือกหรือปฏิเสธจากสัญชาตญาณ แต่มนุษย์กระทำด้วยเสรีภาพ ตัวอย่างเช่นการที่ธรรมชาติบังคับควบคุมสัตว์ทุกชนิดโดยสัตว์ทั้งหลายต้องเชื่อฟัง มนุษย์เองรู้สึกถึงแรงกระตุ้นดังกล่าวเช่นกัน แต่มนุษย์ตระหนักดีว่า ตัวเขาเองนั้นมีเสรีภาพที่จะ นิ่งเฉยหรือต่อต้าน(ธรรมชาติ) ในจิตสำนึกแห่งเสรีภาพนี้ จิตวิญญาณของเขาได้แสดงออกมาซึ่งเป็นการกระทำของ จิตวิญญาณอันบริสุทธ์ นอกจากนี้ มนุษย์ยังมีความสามารถในการทำตัวเองให้สมบูรณ์ (

The faculty of self-perfection) 

อันเป็นคุณสมบัติของความสามารถที่พัฒนาคุณสมบัติอื่นๆทั้งหมดอย่างเป็นผลสำเร็จด้วยเงื่อนไขที่เอื้ออำนวย โดยได้นำมาซึ่งการเบ่งบานของปัญญาความรู้และข้อผิดพลาด ความชั่วและคุณธรรมความดี และจากคุณสมบัตินี้ในระยะยาวเป็นตัวทำให้เขาเป็นทรราชย์

The Second DiscourseThe faculty of self-perfection)

คนป่า (

Savage man)

โดยธรรมชาติ ย่อมเริ่มต้นจากการกระทำแบบสัตว์แท้ๆ ที่กระทำตาม

สัญชาตญาณ หรือชดเชยสัญชาตญาณที่เขาไม่มีด้วยคุณสมบัติที่ทดแทนกันได้ตั้งแต่แรก และจากนั้นก็ยกระดับให้อยู่เหนือธรรมชาติ การรับรู้และความรู้สึก คือสภาวะแรกซึ่งมีร่วมกับสัตว์ทั้งมวล

เจตจำนงมุ่งมั่นหรือไม่ ปรารถนาหรือกลัว ซึ่งก็คือการกระทำอย่างแรกและเหนืออื่นใดของจิตของเขา

จนกระทั่งเงื่อนไขใหม่ได้ก่อให้เกิดพัฒนาการใหม่ในตัวของมันเอง

การตีความสภาวะธรรมชาติของมนุษย์ รุสโซจินตนาการสภาวะธรรมชาติหรือสภาวะแรกเริ่มของมนุษย์ว่า มนุษย์อยู่กันอย่างอิสระจากกันและกัน ไม่มีปฏิสัมพันธ์ใดๆระหว่างกัน มิได้ต้องพึ่งพากันและกันไม่มีเหตุผลหรือความจำเป็นใดๆที่มนุษย์จะต้องมีปฏิ สัมพันธ์กัน เพื่อการอยู่รอด มนุษย์สามารถดำเนินชีวิตของตัวเอง ไปได้ สาเหตุที่มนุษย์สามารถใช้ชีวิตได้ดดยลำพังก็เพราะมนุษย์สามารถตอบสนองความ ต้องการของตัวเองได้ และสาเหตุที่มนุษย์สามารถใช้ชีวิตโดยลำพังก็เพราะความต้องการของมนุษย์ใน สภาวะแรกเริ่มนั้น มีไม่มากนักและไม่สลับซับซ้อน เพราะรุสโซเชื่อว่า ความต้องการของมนุษย์ในสภาวะแรกเริ่มจะจำกัดอยู่เพียงความต้องการทางชีวภาพ เท่านั้น นอกจากนี้ยังเชื่ออีกว่า มนุษย์เป็นสัตว์กินพืช โดยดูจากลักษณะของฟันและอวัยวะร่างกายของมนุษย์ที่ไม่เอื้อในการล่าสัตว์ และไม่กินเนื้อสัตว์ ด้วยเหตุที่สภาพธรรมชาติของโลก ในระยะแรกเริ่ม อุดมสมบูรณ์ไปด้วยพืชพันธ์ธัญญาหาร ทำให้มนุษย์สามารถมีชีวิตอยู่รอดได้โดยไม่ต้องมีปฏิ สัมพันธ์กัน เพราะรุสโซ เชื่อว่า เมื่อมนุษย์แต่ละคนสามารถตอบสนองความต้องการของตัว เองอย่างพอเพียงแล้ว ก็ไม่มีความจำเป็นใดๆที่จะต้องไปปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์ผู้อื่น

รุสโซเชื่อว่าในสภาวะแรกเริ่มหรือสภาวะธรรมชาติความต้องการทางเพศของมนุษย์เกิดจากแรงขับทางชีวภาพ และมีระยะเวลาที่แน่นอนจำกัด ดังนั้นในช่วงเวลาดังกล่าวเมื่อมนุษย์ต่างเพศมาพบเจอกันต่างก็จำต้องสนองตอบความต้องการทางเพศของกันและกัน และเมื่อเพียงพอแล้วต่างก็แยกย้ายจากกันไปดำเนินชีวิตอย่างอิสระตามปกติเหมือนเดิมในสภาวะธรรมชาติต่อไป มิต้องอยู่ร่วมกันเป็นครอบครัวเมื่อเป็นเช่นนี้ มนุษย์ไม่จำเป็นต้องสะสมอาหารหรือของบริโภคใดๆ จึงไม่มีความจำเป็นต้องเป็นเจ้าข้าวเจ้าของของคู่นอนที่ได้มีเพศสัมพันธ์กัน เขาจึงไม่มีความจำเป็นต้องหวงแหนริษยาหรือมุ่งมั่นที่จะได้หรือรักษาคู่นอนของเขา หรือแย่งชิงคู่นอนของคนอื่นมาไว้เป็นสมบัติส่วนตัว

ด้วยเหตุนี้ชีวิตมนุษย์ในสภาวะธรรมชาติจึงเรียบง่ายไม่มีความขัดแย้งต่อกัน แต่กระนั้นมนุษย์ก็ยังดำเนินชีวิตอันดิบเถื่อนไร้อารยธรรมไม่แตกต่างจากสัตว์ รุสโซ ขนานนามว่า เป็น 

“ 

คนป่าผู้ทรงเกียรติ 

“ (noble savage) 

คือเป็นคนป่าเถื่อน เนื่องจากเขาดำเนินชีวิตเยี่ยงสัตว์ นอนกับดินกินกับทราย และเป็นผู้ทรงเกียรติ เพราะมีจิตใจดีบริสุทธ์ ไม่มีกิเลสตัณหา ไม่มีความต้องการอันไม่เคยพอ ไม่มีความอิจฉาริษยามุ่งร้ายต่อกัน ดังนั้นมนุษย์ในสภาวะธรรมชาติจึงดำเนินชีวิตเยี่ยงคนป่าผู้ทรงเกียรติ และเป็นเสรีชนที่มีอิสรภาพและความเสมอภาคอย่างเต็มที่ในเงื่อนไขที่แต่ละคนไม่มีปฏิสัมพันธ์ใดๆต่อกัน

“ (noble savage)

อิสรเสรีของมนุษย์ผู้หญิงในสภาวะธรรมชาติ

รุสโซอธิบายว่าธรรมชาติได้สร้างมนุษย์เพศหญิงให้สามารถใช้ชีวิตอยู่รอดได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องอาศัยมนุษย์ผู้ชาย อีกทั้งยังตั้งครรภ์และคลอดบุตรได้เองโดยไม่ต้องพึ่งผู้ชายอีกด้วย ดังนั้นผู้หญิงในสภาวะธรรมชาตินั้นมีความอดทนและมีความสามารถดูแลตัวเองได้โดยลำพัง หลังจากนั้นนางจะเลี้ยงดูบุตรไปอีกระยะหนึ่งและจะดูแลเด็กอีกไม่นานเพราะเด็กสามารถดูแลตัวเองได้เร็วกว่าเด็กที่เติบโตมาจากสังคมที่เจริญแล้ว ในที่สุดเด็กก็จะจากแม่ไปเองมีชีวิตอิสระตามลำพังด้วยตัวเอง แม้ว่าถ้ามีโอกาสได้พบเจอลูกผู้ให้กำเนิด นางก็ไม่สามารถจำกันแลกันได้เป็นเหมือนคนแปลกหน้า

อารมณ์ความรู้สึกกับการกำเนิดชีวิตครอบครัว

รุสโซเชื่อว่าการเกิดขึ้นของครอบครัวมนุษย์นั้นเป็นเรื่องของความบังเอิญ และอารมณ์ความรู้สึกมากกว่าเหตุผลสำคัญอื่นใดแฝงไว้ โดยบรรยายไว้ว่าในช่วงฤดูสืบพันธ์ของมนุษย์อาจมีบางครั้งบางคราวที่มนุษย์ เพศชายและหญิงจำเป็นต้องอยู่ด้วยกันนานกว่าปกติ ทำให้เกิดอารมณ์และความรู้สึกที่หวานชื่นที่สุดต่อกันและกันทำให้ทั้งสองมีความรู้สึกว่าการอยู่ร่วมกันนั้น ให้ความอบอุ่นและความรู้สึกที่ดีที่ผูกพันกว่าการแยกจากกันไปเฉยๆ ดังนั้นเขาทั้งสองจึงเลือกที่จะอยู่ด้วยกันต่อไป จึงเกิดเป็นครอบครัวของมนุษย์

ในความคิดของรุสโซนั้นเกิดจากความบังเอิญและเสรีภาพในการที่จะเลือกทำเช่นนั้น อันเป็นการกระทำที่เสรี ซึ่งได้เบี่ยงเบนไปจากธรรมชาติของมนุษย์ตามที่ได้เกิดมา คือเขาทั้งสองนั้นมิได้มีอิสรเสรีสมบูรณ์เหมือนดังเดิม กลับมีความรู้สึกผูกพันต่อกันและกัน ซึ่งถือว่าเป็นบ่อเกิดแห่งพันธนาการของมนุษย์ซึ่งความผูกพัน ดังกล่าว ทำให้มนุษย์อ่อนแอลง เพราะมนุษย์มีห่วงใยกังวล ไม่สามารถตัดสินใจดำเนินชีวิตได้อย่างอิสระโดยลำพัง เหมือนเช่นเดิม เมื่ออิสรเสรีภาพของมนุษย์สุญหายลดทอนลง แต่เขาได้มาซึ่งความสุข ความอบอุ่น และความผูกพันทางอารมณ์และจิตใจ จากเริ่มต้นที่เป็น

 “

มนุษย์เกิดมาเสรี

แต่บัดนี้ เขาเริ่มเข้าสู่ 

พันธนาการ

” 

จาก การตัดสินใจโดยเสรีที่เลือกมาอยู่ร่วมกัน จึงได้เกิดการแบ่งงานกันทำอันเป็นผลมาจากพันธนาการ ของกันและกัน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้มนุษย์พัฒนาความเป็นอยู่ของตนมีเวลาคิดสร้าง สรรค์สิ่งต่างๆ นับว่าเป็นก้าวแรกของการพัฒนาไปสู่การมีอารยธรรมของมนุษยชาติ จากสภาพคนป่าที่ดำเนินชีวิตเยี่ยงสัตว์ พัฒนาเป้นการอยู่กินเป็นครอบครัว แต่กระนั้น เค้าลางของการสูญเสียการเป็น 

ผู้ทรงเกียรติ

” 

ก็ เริ่มต้นขึ้น ซึ่งเกิดจากความหวงแหนคู่ของตน และอารมณ์ความรู้สึกทางจิตใจอื่นๆที่ตามมาเขาไม่ สามารถรู้สึกผูกพันคู่นอนเพียงเท่าที่เขาผูกพันกับผลไม้ที่เขากินได้อีกต่อไปได้แล้ว และอารมณ์ความรู้สึกดังกล่าวนี้ ที่รุสโซ เรียกว่า 

“ Sweetest Sentiment”

“ Sweetest Sentiment”

กำเนิดสังคม

รุสโซอธิบายการกำเนิดสังคมว่ามีสาเหตุมาจากการเกิดและการขยายการปฏิสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวและการปฏิ สัมพันธ์ระหว่างครอบครัวก็บังเกิดขึ้น รุสโซ ชี้ถึงปัจจัยสำคัญคือ พัฒนาการทางเศรษฐกิจ และความ รักแบบโรแมนติก เขาเน้นถึงบทบาทสำคัญของเศรษฐกิจที่มีต่อการก่อตัวของสังคมเมือง (

civil –Society) 

ดังที่กล่าวไว้ว่า

 “

คน แรกที่กั้นรั้วแผ่นดินคือผู้เริ่มสังคมเมืองที่แท้จริง

” 

การคิดค้นการเกษตรกรรมที่นำไปสู่การสร้าง กฎ กติกา เพื่อความยุติธรรมขึ้นเป็นครั้งแรก และในที่สุดแล้ว ด้วยการแนะนำของผู้มั่งคั่ง

 (the rich) 

ก็จะนำไปสู่การสถาปนาการเมืองการปกครองขึ้นมาหมายความว่าการเกิดการปกครองขึ้นมานั้นจะเป็นไปไม่ได้เลยถ้าปราศจาก เงื่อนไขของการเกิดกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินส่วนตัวในที่ดิน มาก่อนหน้า และแท้ที่จริงแล้ว พัฒนาการการเกษตรที่เกิดขึ้นนั้น เป็นผลพวงมาจากการเกิดครอบครัวก่อนหน้านี้ แต่กระนั้น ก็เสนอด้วยว่า

 “

เศรษฐกิจการเกษตรในตัวของมันเอง เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเพื่อตอบสนองพัฒนาการของความ ต้องการทางเพศ (

erotic developments) 

เรื่อง เพศ (

sexuality) 

คือสะพานนำไปสู่การเมือง โดยมีนัยของการเปลี่ยนแปลงเรื่องความสัมพันธ์ทางเพศของมนุษย์เป็นปัจจัย เงื่อนไขที่จำเป็นอย่างยิ่งในการกำเนิดสังคมการเมือง รุสโซ อธิบาย ความขัดแย้ง ความไร้ระเบียบ (

disorder) 

ที่อุบัติขึ้นเมื่อสังคมได้ถือกำเนิดไว้ดังนี้คือความขัดแย้งจะเกิดขึ้นเมื่อสภาวะของมนุษย์ในสังคมไม่เอื้ออำนวย หรือไม่เหมาะสมกับพวกเขา ความขัดแย้ง เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เมื่อมนุษย์มองมนุษย์ด้วยกันว่า เป็นศัตรูที่แข่งขันกับพวกเขา เพื่อความโดดเด่นหรือเพื่อความเหนือกว่า หรือเพื่อสิ่งที่พึงปรารถนา และสุดท้ายความขัดแย้งยังคงดำรงอยู่ภายในปัจเจก-บุคคล เมื่อจิตใจของเขาตกอยู่ภายใต้พันธนาการของกิเลสตัณหาอันไม่มีขีดจำกัด อารยธรรมหรือความเจริญก้าวหน้าของศิลปะวิทยาการนี้ทำให้ศีลธรรมการดำเนินชีวิตของมนุษย์เสื่อมทรามลงเสียมากกว่าที่จะทำให้ดีขึ้น เมื่อมนุษย์ตกเป็นทาสของศิลปะวิทยาการ เสรีภาพที่เคยมีและเป็นแก่นแท้ของความเป็นมนุษย์ก็ได้สูญหายไป

ด้วยเหตุนี้เองที่รุสโซ ได้กล่าวขึ้นต้นใน

ไว้ว่า

 “ 

มนุษย์เกิดมาเสรี แต่ทุกหนทุกแห่งเขาอยู่ในพันธนาการ ใครที่คิดว่าตนเป็นนายคนอื่น ย่อมไม่วายจะกลับเป็นเสียทาสยิ่งกว่า” ความผันแปรเช่นนี้เกิด ขึ้นได้อย่างไรไม่ทราบ อะไรเล่าที่จะพึงทำให้ความผันแปรนั้นกลายเป็นสิ่งที่ชอบด้วยกฏหมาย ข้อนี้คิดว่าจะตอบปัญหาได้เพราะในสภาวะสังคมมันเป็นไปไม่ได้ที่จะเกิดระเบียบเงื่อนไขที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่มนุษย์จะดำรงชีวิตอยู่โดยไม่เหยียบหัว แย่งชิง หลอกลวง ทรยศ และทำลายซึ่งกันและกัน การแก้ไขปัญหาดังกล่าวนี้ เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นจากการที่ มนุษย์มาอยู่รวมกันเป็นสังคมเขาเสนอให้มีการสร้าง หรือการจัดระเบียบสังคมใหม่ขึ้นมา นั่นคือเราจะทำอย่างไรที่จะหารูปแบบของการอยู่ร่วมกันที่ สามารถปกป้องบุคคล และสิ่งที่พึงปรารถนาของสมาชิกแต่ละคนในสังคม โดยการร่วมพลังของทุกคน และเป็นรูปแบบการอยู่ร่วมกันที่ปัจเจกบุคคลแต่ละคน แม้ว่าจะรวมตัวเข้ากันกับคนอื่น แต่ก็มิได้ต้อง เชื่อฟังใคร นอกจากตัวเขาเอง และยังคงมีอิสรเสรีเหมือนแต่ก่อน คำตอบนั้นคือ

 “ 

สัญญาประชาคม 

“ (Social Contract ) 

See also  Delta Force gameplay (PC Game, 1998) | 델타포스 게임

คือคำตอบสำหรับการหลุดจากสภาวะอันไม่อำนวยต่อการดำรงชีวิตความเป็นมนุษย์มาทำสัญญาร่วมกัน หมายถึงการยอมเสียเสรีภาพตามธรรมชาติที่ติดตัวมาแต่กำเนิดของ เขาเพื่อแลกกับเสรีภาพทางสังคมการเมือง รุสโซ กล่าวว่า แก่นของสัญญาประชาคม คือการที่พวกเราแต่ละคนยอมสละตัวเอง และอำนาจหน้าที่ ที่เขามีอยู่ทั้งหมดให้กับส่วนรวม ภายใต้การนำสูงสุดของ

“ 

เจตจำนงร่วม 

“ 

และ ในฐานะองค์รวม เราได้รวมสมาชิกทุกคนเข้าเป็นเนื้อเดียวกันในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของทั้ง หมดที่แบ่งแยกไม่ได้ อันประกอบด้วยจำนวนสมาชิกที่มีจำนวนเท่ากับผู้ออกเสียงในที่ประชุมซึ่งทำให้ องค์รวม ดังกล่าวมีชีวิต มีเจตจำนง มีตัวตน และมีเอกภาพ ของตัวเองขึ้นมา องค์รวมทางการเมืองหรือ บุคคลสาธารณะที่ก่อตัวขึ้นนี้ คือสังคมเมือง หรือสาธารณรัฐ และในสถานะที่เป็นผู้ถูกกระทำซึ่งเรียกว่ารัฐ แต่ถ้าอยู่ในสถานะ ผู้ถูกกระทำ เรียกว่า องค์อธิปัตย์ (

the sovereign)

และเมื่อมีการเปรียบเทียบระหว่างองค์อธิปัต ย์ด้วยกัน เราเรียกว่า อำนาจ (

power)

และสำหรับผู้ที่เข้าร่วมอยู่ภายใต้อำนาจของรัฐ เรียกว่า

“ 

ประชาชน 

“ 

และเรียกว่า

 “ 

พลเมือง 

“ 

ตราบเท่าที่พวกเขามีส่วนร่วมในอำนาจอธิปไตย และเรียกพวกเขาว่า

“ 

ราษฎร 

“ 

ตราบเท่าที่พวกเขาอยู่ภายใต้กฎหมายของรัฐ

The Social Contract“ (Social Contract )the sovereign)power)

รุสโซกับโลกปัจจุบัน

ในเรื่องมิติแห่งเวลารุสโซ ไม่เชื่อว่าสังคมจะสามารถย้อนเวลากลับไปสู่สภาวะอันเปล่าเปลือยเหมือนเช่นตอนแรกเริ่มได้อีกและที่สำคัญรุสโซเชื่อในความสามารถในการพัฒนาไปสู่ความสมบูรณ์แบบของมนุษย์ 

ดังนั้นเส้นทางประวัติศาสตร์ของมนุษย์ย่อมต้องเดินหน้าต่อไปมากกว่าที่จะถอยหลังมนุษย์และเจตจำนงเสรีในตัวเขาย่อมจะช่วยให้เขาก้าวเดินต่อไป และ รุสโซ เชื่อว่า มนุษย์สามารถคิดค้นและออกแบบสร้างสรรค์ 

“ 

เจตจำนงทั่วไป 

“ 

อันเป็นสิ่งประดิษฐ์ในการสร้างระเบียบใหม่ให้กับสังคมที่ไร้ระเบียบที่มิได้เป็นผลผลิตของธรรมชาติที่มีระเบียบของมันเอง ที่ครั้งหนึ่งมนุษย์อาจเคยอยู่กับมันมานานแล้ว และไม่มีวันที่จะหวนกลับคืนไปได้จะทำได้เพียงแค่จินตนาการ

แนวคิดที่สำคัญของรุสโซ

1.

มนุษย์เกิดมาพร้อมกับเสรีภาพถ้าไม่มีสรีภาพก็ไม่ใช่มนุษย์

2.

ความชอบธรรมของผู้มีอำนาจ อำนาจย่อมไม่ก่อให้เกิดธรรม เว้นแต่ผู้ใช้อำนาจจะใช้อำนาจโดยความชอบธรรมเท่า นั้น ต้องใช้อำนาจด้วยความยุติธรรมถึงจะมีความชอบธรรม

3.

การ เป็นทาส ผู้ใดยอมรับความเป็นทาส ผู้นั้นเห็นว่าทาสไม่ใช่มนุษย์ เพราะทาสไม่มีเสรีภาพ แนวคิดนี้ของรุสโซ แตกต่างกับ โทมัส ฮ๊อบส์ กล่าวว่า สันติภาพ หรือความปลอดภัยเป็นสิ่งจำเป็น แต่รุสโซ กล่าวว่าสันติภาพ และความปลอดภัยอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอจะต้องมีเสรีภาพด้วย เหมือนในคุก มีสันติภาพแต่ไม่มีเสรึภาพจึงไม่มีใครอยากอยู่ในคุก

4.

สัญญาประชาคม รุสโซ เสนอให้ประชาชนทำสัญญาประชาคมร่วมกัน เรียกว่า สัญญาประชาคม (

Social Contract) 

เพื่อสร้างประชาคมการเมืองขึ้น

5.

ผู้ทรงอำนาจอธิปไตยของประชาชนที่ประชุมร่วมกันในฐานะ ผู้ทรงอำนาจอธิปไตยเพื่อทำหน้าที่บัญญัติกฎหมาย

6.

ประชาชนทำหน้าที่เป็น พลเมืองในการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย

7.

เจตจำนงทั่วไป ในฐานะผู้ทรงอำนาจอธิปไตย ประชาชนต้องบัญญัติกฎหมายให้ตอบสนอง เจตจำนงทั่วไป ของประชาชน

8.

การ เลือกผู้แทนราษฎร รุสโซ เห็นว่า การเลือกผู้แทนราษฎร คือจุดเริ่มต้นของอวสานแห่งเสรีภาพของเสรีชน รุสโซ เห็นว่า ประชาชนไม่ควรมอบอำนาจอธิปไตยให้แก่ใครทั้งสิ้น แนวคิดรุสโซ เป็นแนวคิดการปกครองแบบตรง ที่ประชาชนปกครองประเทศโดยตรง แต่ในความเป็นจริงไม่สามารถทำได้ เนื่องจากมี ประชากรเป็นจำนวนมาก และในลกปัจจุบันเป็นประชาธิปไตยโดย ตัวแทน ทั้งหมด

ข้อความที่ว่า 

“ 

มนุษย์เกิดมาเสรี แต่ทุกหนทุกแห่งอยู่ในพันธนาการ 

“ 

นั่นคือการตก ผลึกทางความคิด

รุสโซ ก่อนหน้างานเขียนชิ้นสำคัญ ก่อน 

“ Social Contract “ 

ก็คือ 

“ The Second Discourse “

จากเริ่มต้นที่ มนุษย์เกิดมาเสรี มีอิสรเสรีภาพ ภายใต้สภาวะธรรมชาติ ชีวิตมนุษย์ในสภาวะธรรมชาติจึง

เรียบ ง่าย ไม่มีความขัดแย้ง แต่เมื่อมนุษย์ตัดสินใจโดยเสรี ไม่มีใครมาบังคับ และเลือกที่จะอยู่ร่วมกันเป็นคู่หลายๆ คู่ก็เป็นสังคมจนกลายเป็นรัฐ มีการแบ่งงานกันทำ อันเป็นผลมาจากการที่มี พันธนาการต่อกันและกัน ซึ่งเป้นปัจจัยสำคัญที่ทำให้มนุษย์ พัฒนาความเป็นอยู่ของตัวเอง มีเวลาสร้างสรรค์คสิ่งต่างๆ นั่นคือก้าวแรกของการ พัฒนาไปสู่การมีอารยธรรมของมนุษยชาตินั่นเอง

แนวคิดที่นำมาประยุกต์ใช้หรือนำมาใช้ในการพัฒนาการเมืองการปกครอง ของไทย

ความจริงที่ว่ารุสโซคือต้นแบบประชาธิปไตยในโลกปัจจุบันตามที่นักวิชาการ นักการเมืองบางท่านได้กล่าวอ้างขึ้นมาเพื่อรองรับความชอบธรรมทางการเมืองของตนเอง การที่รัฐบาลซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวแทนของประเทศทำหน้าที่ในการบริหารราชการของประเทศนั้นย่อมมีอำนาจในการ ปกครองประเทศโดยสมบูรณ์ แต่ในขณะเดียวกัน รัฐบาลควรจะปล่อยให้ภาคประชาชนได้มีสิทธิเสรีภาพ ในการที่จะแสดงออกทางความคิดเห็นอย่างเสรี ที่จะเห็นด้วย สนับสนุน หรือต่อต้าน คัดค้าน การทำหน้าที่บริหารของรัฐบาล แต่ภาคประชาชน ต้องกระทำภายใต้ขอบเขตของกฎหมาย ภายใต้รัฐธรรมนูญซึ่งได้มีบทบัญญัติไว้หน้าที่ของรัฐบาลไม่ใช่มีแค่ บริหารบ้านเมือง ใช้งบประมาณแผ่นดิน และบังคับใช้กฎหมายเท่านั้นแต่ รัฐบาลจะต้องมีหน้าที่ส่งเสริม สนันสนุน เสรีภาพในการแสดงออกซึ่งความคิดเห็นในทางการเมืองของ ภาคประชาชนอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง พร้อมไปกับพรรคการเมือง ซึ่งมีหน้าที่ให้ความรู้ความเข้าใจทางด้านการเมือง การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอยู่แล้วแต่รัฐบาลจะ ต้องคอยดูแล คอยกำกับ คอยปกกัน ภาคประชาชนไม่ให้ใช้สิทธิเสรีภาพเกินขอบเขตที่กำหนด ไว้ภายใต้กฎหมายโดยไม่ให้ไปกระทบกระเทือนสิทธิเสรีภาพของผู้อื่นหรือความมั่นคงของประเทศตัวอย่างเช่น


– 

กรณีกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเข้ายึดทำเนียบรัฐบาลเมื่อวันที่ 

26 

สิงหาคม 

2551 

นับว่าเป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงการใช้สิทธิเสรีภาพของภาคประชาชนที่เกินขอบเขต ถ้ารัฐบาลไม่ยอมตัดสินใจทำอะไรหรือมีมาตรการอะไรที่จะดำเนินการกับภาคประชาชนที่ใช้สิทธิเสรีภาพที่เกินขอบเขตที่กำหนดไว้ภายใต้กฎหมาย เช่นนี้ ถือว่ารัฐบาลส่งเสริมให้มีการกระทำผิดกฎหมาย สังคม ประเทศชาติจะวุ่นวาย กระทบกระเทือนไปถึงระบบเศรษฐกิจของประเทศและภูมิภาค ทั้งๆที่เป็นเหตุการณ์ภายในประเทศไทย แต่การปิดสนามบินแห่งชาติ 

แห่ง ได้ส่งผลกระทบถึงประเทศอื่นในภุมิภาคอาเซี่ยน ในที่สุดรัฐบาลก็จะเสื่อมอำนาจ และหมดอำนาจไปในที่สุดเพราะบริหารประเทศต่อไปไม่ได้ ไม่มีคน คนเชื่อฟัง ทำตามคำสั่งของรัฐบาล ทำให้เกิด 

“ 

อนาธิปไตย 

“ 

ขึ้นได้

262551

*ฉะนั้นการบริหารปกครองบ้านเมืองของรัฐบาลจำเป็นต้องมีการจำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชนบางส่วนเพื่อความสงบสุขของประชาชนส่วนใหญ่ทั้งประเทศ แต่ต้องทำอย่างเหมาะสมและเท่าที่จำเป็นจริงๆ หากรัฐบาลนิ่งเฉยปล่อยให้กลุ่มคนมีเสรีภาพมากจนเกินขอบเขตไปจนไม่สามารถควบคุมได้ อาจเป็นสาเหตุลุกลามใหญ่โต เกินแก้ไขได้ เกิดความวุ่นวายทุกหนแห่ง จนกลายเป็นเกิดการจลาจลและถึงขั้นกลายเป็น “ 

สงครามกลางเมือง 

อย่างแน่นอน

โดย 

ภัทรษมน รัตนางกูร

User:

preeda

โพสต์: 

2629

 

ครั้ง

id Post

1017061

วันที่ Post :

ขออนุญาตินำมาเพื่อการศึกษาเท่านั้นครับ..มิใข่ในเขิงเปรียบเทียบใดๆทั้งสิ้นครับ เพื่อการศึกษาและเรียนรู้ครับ…ครับ

User:

preeda

โพสต์: 

2629

 

ครั้ง

id Post

1017070

วันที่ Post :

ยังรอท่านพี่ล่าฝันเหมือนเดิมครับ….เพราะว่าสนทากับท่านล่าฝันแล้วนอนหลับ….ถ้าไม่ได้สนทนาแล้วนอนไม่หลับ….

User:

คนล่าฝัน

โพสต์: 

2547

 

ครั้ง

id Post

1017095

วันที่ Post :

5555

ดีครับท่านปรีดา

ก็ท่านเอง ไม่ใช่หรือที่บอกผมว่า อย่าไปคลิ๊กขวา  แล้วเอามาวาง

แล้ววันนี้..ท่านมาทำเสียเอง..!!!

มันหมายความว่าอย่างไรกันรึ..!!!

ท่านเองก็ทราบ  ว่าคนไทยโดยรวม อ่านหนังสือกันแทบไม่เกิน 3 บรรทัด..แล้วท่านเล่น “คลิ๊กขวา” มาทั้งดุ้นแบบนี้…น่าจะหาคนอ่านได้ยากอยู่..นะนี่

ผมเข้ามาตามที่เรียกร้องแล้วนะครับ


User:

คนล่าฝัน

โพสต์: 

2547

 

ครั้ง

id Post

1017096

วันที่ Post :

ท่านปรีดา

ในฐานะที่เราเป็น พี่น้อง ที่รักและเข้าใจกัน 

ท่านอย่าลืมสิครับว่า..ผมจบเอก..อะไร..ของสาขารัฐศาสตร์…!!!


User:

นายเมือง

โพสต์: 

2306

 

ครั้ง

id Post

1017106

วันที่ Post :

ท่านอย่าลืมสิครับว่า..ผมจบเอก..อะไร..ของสาขารัฐศาสตร์…!!!

 

หมายความว่าไง…???

หมายความว่าท่านล่าฝันเข้าใจการเมืองดีกว่าท่าน Preeda งั้นหรือ…???

 

 


User:

preeda

โพสต์: 

2629

 

ครั้ง

id Post

1017110

วันที่ Post :

5555555+5ผมเองจะทำยังงัยได้..ผมมันชอบหาเรื่อง5555อยู่ดีๆไม่ได้ต้องหาเรื่องกับท่านพี่เป็นประจำอยู่แล้ว ไม่งั้นนอนไม่หลับเรื่องความรู้จะถามใคร…หาเรื่องหาความรู้ไปเรื่อยๆ ไม่ถามคนที่มีความรู้จะไปถามใครละท่านพี่ มันพิมพ์ไม่ไหวตาคนแก่มันตาลายไปหมดแล้ว…ฟันก็หักจะหมดปากอยู่แล้ว5555ไม่สงสารเลยหรืองัย…กลัวท่านพี่จะลืม..และทดสอบความจำ…แน่มยำจริงๆ คนอะไรก็ไม่รู้ ข้อมูลต่างๆในการเรีนยนะส่งให้น้องไปได้แล้ว น้องจะได้จบตามทัน ท่านพี่


User:

preeda

โพสต์: 

2629

 

ครั้ง

id Post

1017115

วันที่ Post :

ต้องยอมรับครับนายเมืองว่าท่านพี่ล่าฝันเก่งและมีความเข้าใจกว่าผมมากมายครับ…ในเรื่องการเมืองนั้นในประเทศไทยเรา ในฐานะเราเรียนรัฐศาสตร์ผมว่าควรเปลียน..แปลง..คนรุ่นใหม่คิดใหม่ วิธีคิดจากล่างสู่บนเป็นรูป3เหลี่ยมหน้าจั่ว…ฐานล่างคือประชาชนที่ยากจน…ฐานบนสุดคือคนรวย…..การเมืองผ่านมา50กว่าปี ในชีวิตผม และในการศึกษารำเรียนมามีเปลี่ยนแปลงมาตลอด…มาเปลี่ยนแปลง มาคิดกัน ในเขิงสร้างสรรค์บ้างก็ดีนะครับ…คิดว่าทำอย่างไรให้ประเทศไทยสงบ…นักการเมืองควรกลัวประชาชน…..

User:

นายเมือง

โพสต์: 

2306

 

ครั้ง

id Post

1017129

วันที่ Post :

เข้าใจการเมืองว่ายังไงท่าน Preeda ???

เราเข้าใจจากการศึกษาและพิจารณาด้วยภูมิปัญญาของเราเอง หรือรู้จากฝรั่งมันบอก…!!!

อย่างคำว่า “ทาส” เราก็ไปเข้าใจว่าของไทยเราไปเหมือนกับทาสของฝรั่ง…

ที่จริงต่างกันลิบลับ…!!!

หรือคำว่า สมบูรณาสิทธิราชย์ เราก็เข้าใจว่าประเทศของเราปกครองอย่างนั้นมาตั้งแต่โบร่ำโบราณ…

ทั้ง ๆที่มีการปกครองแค่สมัย ร.5 มาจนถึง ร. 7 นี่เอง…!!!

แถมอีกคำก็ได้ว่า “อำมาตย์-ไพร่”

คำว่าไพร่ เรามักจะเข้าใจว่าเป็นพวกที่ด้อยโอกาส, พวกที่ถูกกดขี่ให้ต่ำต้อยติดติด…

แต่จริง ๆในสมัยที่ยังมีระบบไพร่นั้น…

มิใช่ใคร ๆก็จะเป็นไพร่กันได้ทุกคน…

และไพร่ก็มิใช่จะต้องเป็นพวกด้อยไปเสียทุกอย่าง…

 

เพราะไม่ชัดเจนอย่างนี้นี่เอง เราจึงถูกนักการเมืองขี้ฉ้อมันเป่ากระหม่อมเรื่องอำมาตย์-ไพร่ จนหลงเชื่อตามพวกมัน…

ทั้ง ๆที่อ้ายพวกที่เป่ากระหม่อมให้เราหลงยึดถือกับวาทะกรรมว่า “อำมาตย์-ไพร่” นั้น…

พวกมันก็ได้ดิบได้ดี เป็นอำมาตย์กันทั้งนั้น…!!!

แต่แล้วเรารู้ตัวกันหรือไม่ว่าพวกมันหลอกเรา…!!!

ถ้ายังไม่รู้ตัว ก็อย่าได้คิดว่าเราเก่งเรื่องการเมือง…!!!

 

 

 


User:

JATI

โพสต์: 

898

 

ครั้ง

id Post

1017192

วันที่ Post :

ท่าน preeda และท่านคนล่าฝัน ถ้าลงเล่นการเมืองด้วยกันทั้งคู่ คงจะดีไม่น้อยนะ เพราะมีข้อมูลทางสังคม วัฒนธรรม การเมือง มาถกกันประจำ

User:

ล่างฯ.

โพสต์: 

166

 

ครั้ง

id Post

1017208

วันที่ Post :

หรือคำว่า สมบูรณาสิทธิราชย์ เราก็เข้าใจว่าประเทศของเราปกครองอย่างนั้นมาตั้งแต่โบร่ำโบราณ…

ทั้ง ๆที่มีการปกครองแค่สมัย ร.5 มาจนถึง ร. 7 นี่เอง…!!!

อ่าวอ่าวท่านนายเมืองท่านจะทำให้ความเข้าใจของผมและเชื่อว่าพี่น้องอีกหลายท่านเขวได้นะครับนี่ตามตำหรับตำรารัฐศาสตร์บอกว่าสมบูรณาญาสิทธิราชย์ในสยามเราขึ้นสู่จุดสูงสุดครั้งแรกในสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถและอีกครั้งก็ในสมัยร.5ตอนปลายหรือตำหรับตำรารัฐศาสตร์กับนิติศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ในทางรัฐศาสตร์เขียนไม่เหมือนกันผมจะได้เผาทิ้งซะ

ขยายความให้ฟังหน่อยท่านจะได้เข้าใจตรงกัน

ขออนุญาตแปะหน่อยผมเขียนเองมันไม่น่าเชื่อถือ

สมบูรณาญาสิทธิราชย์ (อังกฤษ: Absolute Monarchy) คือ ระบอบการปกครองที่มีกษัตริย์เป็นผู้ปกครองและมีสิทธิ์ขาดในการบริหารประเทศ ในระบอบการปกครองนี้ กษัตริย์ก็คือกฎหมาย กล่าวคือ ที่มาของกฎหมายทั้งปวงอยู่ที่กษัตริย์ คำสั่ง ความต้องการต่าง ๆ ล้วนมีผลเป็นกฎหมาย[1] กษัตริย์มีอำนาจในการปกครองแผ่นดินและพลเมืองโดยอิสระ โดยไม่มีกฎหมายหรือองค์กรตามกฎหมายใด ๆ จะห้ามปรามได้ แม้องค์กรทางศาสนาอาจทัดทานกษัตริย์จากการกระทำบางอย่างและองค์รัฏฐาธิปัตย์ (กษัตริย์) นั้นจะถูกคาดหวังว่าจะปฏิบัติตามธรรมเนียม แต่ในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์นั้น ไม่มีรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายใด ๆ ที่จะอยู่เหนือกว่าคำชี้ขาดของรัฏฐาธิปัตย์ ตามทฤษฎีพลเมืองนั้น ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มอบความไว้วางใจทั้งหมดให้กับพระเจ้าแผ่นดินที่ดีพร้อมทางสายเลือดและได้รับการเลี้ยงดูฝึกฝนมาอย่างดีตั้งแต่เกิด

ในทางทฤษฎี กษัตริย์ในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์จะมีอำนาจทั้งหมดเหนือประชาชนและแผ่นดิน รวมทั้งเหนืออภิชนและบางครั้งก็เหนือคณะสงฆ์ด้วย ส่วนในทางปฏิบัติ กษัตริย์ในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มักจะถูกจำกัดอำนาจ โดยทั่วไปโดยกลุ่มที่กล่าวมาหรือกลุ่มอื่น

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี


User:

คนล่าฝัน

โพสต์: 

2547

 

ครั้ง

id Post

1017247

วันที่ Post :

5555

ดีครับพี่น้องทุกท่าน

ท่านนายเมือง ออกทะเล…..อีกแระ…!!!


User:

นายเมือง

โพสต์: 

2306

 

ครั้ง

id Post

1017307

วันที่ Post :

สมัย ร.5 เป็นสมัยที่พระมหากษัตริย์มีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาด

สามารถส่งคนของตนเองไปปกครองหัวเมืองต่าง ๆได้ทั้งแผ่นดิน…

แต่ก่อนหน้านี้พระมหากษัตริย์ทำอย่างนั้นไม่ได้…พระมหากษัตริย์ไม่ได้มีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดขนาดนั้น…

การปกครองของพระมหากษัตริย์สมัยก่อนจึงต้องพึ่งพาขุนนางทั้งหลาย และขุนนางเหล่านั้นก็มีสมัครพรรคพวกของตนเองอยู่คนละไม่น้อย…

 

เรื่องนี้ต้องคุยกันยาว และผมว่าส่วนใหญ่ตำราของเราก็ไปลอกของฝรั่งมาอีกที…

ผมขี้เกียจไปหาข้อมูลมายันกับผู้รู้ในที่นี้ ซึ่งมักจะเป็นพวกน้ำชาล้นถ้วยกันทั้งนั้น…

ปล่อยให้…ไปอย่างนี้แหละ…

ดีแล้ว…

5555….

 


User:

preeda

โพสต์: 

2629

 

ครั้ง

id Post

1017463

วันที่ Post :

สวัสดีนายเมิอง..

เราต้องยอมรับในประวัติศาสตร์ และการทูตในต่างประเทศในสมัยอยุธยา สุโขทัย มาถึงกรุงรัตน์โกสินทร์ แต่ละสมัยมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองมากมาย…แต่เราก็ไมได้เปลี่ยนไปทั้งระบบการปกครอง ค่อยๆเป็นค่อยไป…และประเทศไทยนี้เก่งมากไม่เคยตกเป็นทาสของใคร เป็นเมืองขึ้นของใคร…เรายังใช้แบบอย่างของต่างชาติอยู่ครับ มันเป็นหลักการของการพัฒนา แม้แต่ประเทศญี่ปุน ยังลอกเรียนแบบในการทำงานจากเยอรมันเลย…ยอมรับในการเปลี่ยนแปลงของโลก….


User:

คนล่าฝัน

โพสต์: 

2547

 

ครั้ง

id Post

1017501

วันที่ Post :

5555

ดีคร้าบบบบ…ท่านนายเมือง

ด้วยเราเป็นพี่น้องกันมาตั้งแต่ดั้ง แต่เดิม..ผิดถูกกันอย่างไร..เราต่างก็เข้าใจ และเราก็ให้อภัยกันมาอย่างสม่ำเสมอ..!!!

 

เนื้อหาที่ท่านยกมานี้

เข้าใจการเมืองว่ายังไงท่าน Preeda ???

เราเข้าใจจากการศึกษาและพิจารณาด้วยภูมิปัญญาของเราเอง หรือรู้จากฝรั่งมันบอก…!!!

อย่างคำว่า “ทาส” เราก็ไปเข้าใจว่าของไทยเราไปเหมือนกับทาสของฝรั่ง…

ที่จริงต่างกันลิบลับ…!!!

หรือคำว่า สมบูรณาสิทธิราชย์ เราก็เข้าใจว่าประเทศของเราปกครองอย่างนั้นมาตั้งแต่โบร่ำโบราณ…

ทั้ง ๆที่มีการปกครองแค่สมัย ร.5 มาจนถึง ร. 7 นี่เอง…!!!

แถมอีกคำก็ได้ว่า “อำมาตย์-ไพร่”

คำว่าไพร่ เรามักจะเข้าใจว่าเป็นพวกที่ด้อยโอกาส, พวกที่ถูกกดขี่ให้ต่ำต้อยติดติด…

แต่จริง ๆในสมัยที่ยังมีระบบไพร่นั้น…

มิใช่ใคร ๆก็จะเป็นไพร่กันได้ทุกคน…

และไพร่ก็มิใช่จะต้องเป็นพวกด้อยไปเสียทุกอย่าง…

 

เพราะไม่ชัดเจนอย่างนี้นี่เอง เราจึงถูกนักการเมืองขี้ฉ้อมันเป่ากระหม่อมเรื่องอำมาตย์-ไพร่ จนหลงเชื่อตามพวกมัน…

ทั้ง ๆที่อ้ายพวกที่เป่ากระหม่อมให้เราหลงยึดถือกับวาทะกรรมว่า “อำมาตย์-ไพร่” นั้น…

พวกมันก็ได้ดิบได้ดี เป็นอำมาตย์กันทั้งนั้น…!!!

แต่แล้วเรารู้ตัวกันหรือไม่ว่าพวกมันหลอกเรา…!!!

ถ้ายังไม่รู้ตัว ก็อย่าได้คิดว่าเราเก่งเรื่องการเมือง…!!!

 

หึหึ

ท่านนายเมือง..ด้วยความเคารพ..ท่านเพี้ยนไปแล้ว..และเพี้ยนไปอย่างมากมายจริงๆ..!!!

หากท่านไม่ยอมรับข้อเท็จจริงที่ท่านได้นำเสนอเข้ามาในบอร์ดนี้..ผมจำเป็นจะต้อง “ก๊อปปี้” กับกรอบความรู้ของท่านในบอร์ด..นี้ กับครั้งนี้..จริงๆ

ท่าน..”สติแตก” จนไม่สามารถแยกแยะ อะไรถูกอะไรผิด  ไปแล้วอย่างนั้นหรือ..ผมไม่เชื่อว่าท่านจะเป็นเช่นนั้น..!!!

 

 

User:

preeda

โพสต์: 

2629

 

ครั้ง

id Post

1017727

วันที่ Post :

ผมชอบการเมืองแบบใหม่ครับแบบเก่าๆไม่ชอบมานานแล้วครับ

User:

คนล่าฝัน

โพสต์: 

2547

 

ครั้ง

id Post

1017787

วันที่ Post :

5555

แล้ว…ล็อค และ รุสโซ  ที่ท่านยกมา…เขาถูกจัดอยู่ในกลุ่มไหน หล่ะครับ  นี


User:

preeda

โพสต์: 

2629

 

ครั้ง

id Post

1017967

วันที่ Post :

See also  DVD 영화 하드디스크 USB 로 저장하기 | cd 복사 프로그램

ผมจัดอยู่ในต้นแบบ การปกครองครับ แต่รูปแบบใหม่ยิ่งต้องใข้หลักทั้ง2ท่านนำมาเป็นหลักครับท่านพี่ล่าฝัน…


หากต้องการสนทนา กรุณา Login ก่อน

[Update] ��ɮ��ѭ�һ�ЪҤ� (The Social Contract Theory) | social contract คือ – Sathyasaith

�ѧ����ʵ�� �Ѱ��ʵ�� ������ͧ ���ɰ��ʵ�� >>

������ͧ��û���ͧ

�������¡�����ͧ��û���ͧ

�Ѱ (State)

��������ѹ�������ҧ�Ѱ�Ѻ�ѧ��

�Ѱ�����٭ (Constitution)

������ (Law)

�ӹҨ͸Ի��

�Ѱ��� ��ä������ͧ��С�����͡���

��ЪҪ��Ѻ���ҷ�ҧ������ͧ

�ѷ�ԡ�����ͧ������ɰ�Ԩ

��������ѹ�������ҧ�����

������ͧ��û���ͧ��

�к����ɰ�Ԩ����к���û���ͧ

������Ժ��

��óҹء��

 

�Ѱ (State)

��á��Դ�Ѱ (Origin of State)

2. ��ɮ��ѭ�һ�ЪҤ� (The Social Contract Theory)

��ɮչ���繷������ѹ�ҡ������ѧ������Է�Ծ�᷹��ɮ����Է���
��ɮ�͸Ի���繢ͧ�ǧ�� ���ҡ�ҹ�ҡ�����Դ�������������繼�����ҧ�Ѱ
�¡�÷���������Թ��������ѹ���ѭ�һ�ЪҤ� (Social Contract)
��Ҫ�����ժ������§㹰ҹз���繼�������Դ��ɮչ������ ���� ��ͺ�� (Thomas
Hobbes) ��Ш��� ��ͤ (John Locke) �ͧ��ҹ���������ǤԴ���ᵡ��ҧ�ѹ
�ѧ�������Ӥѭ�ѧ���

���� ��ͺ�� (Thomas Hobbes) �����������ҧ �.�. 1588-1697
��Ҫ����������¹��ɮչ��������ʹѺʹع��ѵ������Ҫǧ��ʨ�ǵ (Stuate)
�ͧ�ѧ��� (�.�. 2205) ������ӹҨ����ͧ�Ѱ���ҧ����ó�
��蹤������Դ�кͺ����óҭ��Է���Ҫ�� (Absolute Monarchy) ��駹��������ͺ���������
��û���ͧ����ѵ�������ӹҨ�索Ҵ�з�����Ѱ�դ�����蹤����������º�ҡ����ش
��͵���Ǥ����Դ�ͧ�ͺ����� �������繼�����ҧ�Ѱ
����Ҿ��������������ҵԢͧ�������鹤�� ��ҧ����ҧ����
���Ȩҡ��ࡳ���������º�Թ�� ������֧���ʺ������������µ�ҧ � ��
����������� (Solitary) �դ����ҡ�� (Poor) �դ���ʡ�á (Nays) ����դ����˴���� (Brutish)
��Ҿ�����ҵԷ�����Դ��Ҿ ��ӹҨ��͸���� (Might is Right) �ӹҨ�ѹ��仵���ؤ��
�й���������դ������繵�ͧ���Ѱ��� ������º��ࡳ���ͺѧ�Ѻ ���¡�÷ ��ѭ�������ѹ㹷ӹͧ������
����������ͺ�ӹҨ����Ѱ��ŷ����� �Ѱ��ŷç������ӹҨ�٧�ش������¡���
�ͧ��͸Ի�“ ��ЪҪ�������Է�����л���ѵ� ��������㨹�º�������Ըա�û���ͧ
���м�黡��ͧ���������繤���ѭ�ҡѺ��ЪҪ�
�й�鹼�黡��ͧ�������ӹҨ�С�зӡ��� � ������赹��ͧ���
�����ҡ�á�зӹ�鹨еç���ਵ������ͧ��ЪҪ�����������
���л�ЪҪ�����������Է�Ե�������ҵ���������آ����
�Ѱ��ŵ���������¹��֧���Ѱ������;����ҡ�ѵ�����������˹�͡�����

���� ��ͤ (John Locke) �����������ҧ �.�. 1932 � 1704
�ѡ��Ҫ���ҹ������Ǥ����Դ��� ��Ҿ�������ͧ�������������Ҿ�����ҵ� ���
����ѹ���ҧ�դ����آ �դ�����蹤�
�դ�����ʹ�������������Ҿ�����Ҿ���д��Թ�������㨻��ö��
������֧�դ�����㨨��������Ҿ�����ҵ�
��㹡�ŵ�����������Դ�դ����������㹤����آ�����дǡʺ��
������ʹ�����Ф����������շ�赹���Ѻ��鹨��������ʹ�
������֧�ҷҧ��ͧ�ѹ����ҷҧ�͡�¡�èѴ����Ѱ��Ţ��
�¡���ͺ�ӹҨ��û���ͧ���ؤ�Ť��˹�觫�����¡��� �Ѱ���
��觨е�ͧ���ѡɳдѧ���

1. �Ѱ����Դ�ҡ��������ѭ���ͺ�ӹҨ���Ѻ˹��»���ͧ
���Ѱ��ŵ�ͧ�Ѻ�Դ�ͺ��ͻ�ЪҪ�
2. �Ѱ�е�ͧ��зӵ��ਵ������ͧ��ЪҪ�
ਵ������ͧ��ЪҪ����������˹���������
3. ��ЪҪ�����ö����¹����Ѱ�����������
����������Ѱ��Ź����軯Ժѵԧҹ仵��ਵ������ͧ��ЪҪ���ǹ�˭���Ѱ
4. �Ѱ����հҹ��繤���ѭ�ҡѺ��ЪҪ�����ͺ�ӹҨ���
�й���Ѱ��Ũз����õ��������ͧ��âͧ�������

�ѧ ��Ҥ�� ���� (Jean Jacques Rousseau) �����������ҧ �.�. 1712-1778
����繹ѡ��Ҫ���ա��ҹ˹������¹˹ѧ��͢������ʹѺʹع��ɮ��ѭ�һ�ЪҤ����
��Ҿ�������ͧ�������������ǡѺ Hobbes ��� ����Ҿ���Ҵ����º�Թ��
�դ����˴���·��س �դ���ʡ�á �蹦�� ����Ѵ������º��觡ѹ��Сѹ
����������ͧ�����觪�����������ҹ��
�֧���Ըա�û�ͧ�ѹ���ҧ�ѧ����������������
������������ѹ��ŧ���͡�ѹ��С�͵�駪�����ҧ�ѧ�� (Social Community)
����ѹ�й������á�͵���Ѱ���١��ͧ�����ѡ�˵ؼŷ�����ԧ �����Ǥ����Դ�ͧ����
�Ѱ���ѡɳ��繻�ЪҸԻ���ִ��ѡਵ�����������˵ؼ� ��� General Will
����繾�ѧ��ѡ�ѹ����Ѱ��Ժѵԡ�÷�駻ǧ���ͻ���ª���آ���ЪҪ������ ���⫹���鹶֧�س�ѡɳ�����ѵ�ػ��ʧ��������������ҡ���Ҩӹǹ��ЪҪ�
��͵�ŧ� � ��������һ�ЪҪ���繾�ͧ��ͧ�ѹ ���¡��� The will of all
���Ң�͵�ŧ�ѧ���������դس�ѡɳз����Թ����ͻ���ª���آ���ЪҪ���Ѱ������������
General Will �����ѭ�һ�ЪҤ���������Դ�ͧ���� ���
�͡���ء�����¡�Է�Ե�������ҵ������ ͸Իѵ�� (Sovereign) ������� General
Will �й�鹨֧��ҡѺ����͡���ͺ�Է����������������ǹ����

�ҡ�Ǥ����Դ�ͧ���⫷�������ҹ�� �֧����ػ�����Ӥѭ����ѡɳ��Ѱ��Ţͧ����
�ѧ���

1. �Ѱ��鹨е�ͧ���ѡɳ��繻�ЪҸԻ��
2.
�Ѱ�е�ͧ��Ժѵԡ�÷�駻ǧ���ͻ���ª���آ����ʹ���ͧ�Ѻ�������ʧ��ͧ��ЪҪ���ǹ�˭�
(General Will)
3. �͡���ء�����¡�Է�Ե�������ҵ������͸Իѵ�� (Sovereign)�������General
Will ���
4. ������繼���˹���º�� ���Ѱ����繼��ӹ�º��任�Ժѵ�
5. �ӹҨ͸Ի���繢ͧ����� �������������������������Ѱ���
6.���������繴��¡Ѻ�����Դ����ͧ�Ѱ���
���ͻ�ЪҸԻ��Ẻ�ռ��᷹�������ӹҨ͸Ի�¹�����Ҩ�ͺ�����ؤ�����
���м��᷹�������ö�ʴ��͡�����з�͹ਵ������ͧ��ЪҪ����ԧ ��ЪҸԻ�¢ͧ�����繻�ЪҸԻ���µç
(Direct Democracy) Ẻ��ЪҸԻ�¢ͧ����Ѱ��ู������Ѱ������
���ͻ�ЪҸԻ��Ẻ�����ҹ���� ��觻�ЪҪ��Ҫ������ѹ�µç
7. �������ʧ��ͧ����ǹ�˭� (General Will) ��鹵�ͧ�ִ��ѡ��Ÿ���
���ͤس�������Ƿҧ �ԩй�����§��ҧ�ҡ��С����繷��Ҫ���ҧ�ҡ (Majority
Tyranny) ���

�ҡ�Ǥ����Դ�ͧ�ѡ��Ҫ���� 3 ��ҹ ��� Hobbes, Locke
��������Դ��ɮ��ѭ�һ�ЪҤ� ��� Rousseau ���ʹѺʹع
��ҧ���������Ӥѭ�ͧ��ɮ�����͹�ѹ㹢�ͷ����� ��Ѱ����繼��Ҩҡ�ѭ�Ңͧ��ЪҪ��
��� �Ѱ������ͺ�ӹҨ�ҡ��ЪҪ�
�����ͺ�ӹҨ�ѧ����ǹ�����ѡɳ�ᵡ��ҧ�ѹ�����ҧ ��� Hobbes
�����һ�ЪҪ����ͺ�ӹҨ�Է�Ը����ҵԢͧ������������黡��ͧ
��ЪҪ������¡�׹���ͷǧ����׹����ӹҨ����Է�Ը����ҵԹ�������»�С�÷�駻ǧ
�� Lock �������Ѱ������Ѱ���Ẻ��ЪҸԻ�¨е�ͧ�Ѻ�Դ�ͺ��ͤ���ѭ�� ���
��ЪҪ� ��л�ЪҪ�����ö���зǧ������¡�ӹҨ����Է�Ը����ҵԤ׹�� ��ǹ
Rousseau ��������Ѱ��Ũе�ͧ���Ѱ���Ẻ��ЪҸԻ���µç
����Ѱ��Ũе�ͧ��ԺѵԵ��˹�ҷ������ʹ���ͧ�Ѻ�������ʧ����ǹ�˭� (General Will)
��㹻Ѩ�غѹ����Ǥ����Դ������ �Ѱ����Դ�ҡ��÷��ѭ�Ңͧ��ЪҪ���鹨�
������ҡ�ѡ
���Ѻ����������Ѱ����Դ�ҡ�����Թ����ͧ��ЪҪ�¡�ӹҨ��û���ͧ����ѹ�й������ҡ�ҹ��û���ͧ��кͺ��ЪҸԻ��
�й�鹶�Ҩ���ػ�Ǥ����Դ�ͧ�ѡ��Ҫ���� 3 ��
㹷�ɮ��ѭ�һ�ЪҤ�����㨤����ѧ���

1. �������繼�����ҧ�Ѱ
2. ���������Է�Ե�������ҵ�
3. �Ѱ�Դ�ҡ��÷�������������ѹ���ѭ��
4. �Ѱ��ͧ��ԺѵԵ��ਵ������ͧ��ЪҪ�
5. �Ѱ���յ�ͧ���ѡɳ��繻�ЪҸԻ��
6. ਵ������ͧ����ǹ�˭����Ѱ��ͧ��ԺѵԵ������
��ͧ�ç������ѡɳФس���������Ÿ���

ͧ���Сͺ�ͧ�Ѱ

��á��Դ�Ѱ (Origin of State)

����Ѻ�ͧ�Ѱ (Recognition)

�ٻ�ͧ�Ѱ (Forms of The State)

�ٻ�ͧ�Ѱ��� (Forms of Government)

˹�ҷ��ͧ�Ѱ (Functions of The State)




Speak like a Manager: Verbs 1


This \”Speak like a Manager\” lesson teaches you eight English verbs with hundreds of uses. A real vocabulary hack to learn English faster then ever! Learn to use the words identify, resolve, motivate, focus, minimize, maximize, generate, and implement. These verbs are especially useful in business and professional situations. You’ll learn powerful collocations or word combinations to use these eight advanced verbs in hundreds of creative ways. Make sure to subscribe to get all the lessons in my Speak like a Manager series: https://www.youtube.com/playlist?list=PLxSz4mPLHWDamTa4xW7tkbroADpiT5Jf.
Watch the next part of this lesson here:
https://www.youtube.com/watch?v=lkHLxB7pB9w\u0026list=PLxSz4mPLHWDamTa4xW7tkbroADpiT5Jf\u0026index=4
GET THE FREE LIST OF 100+ BUSINESS ENGLISH COLLOCATIONS HERE: https://www.engvid.com/englishresource/speaklikeamanager100businessenglishcollocations/
TAKE THE QUIZ: https://www.engvid.com/speaklikeamanagerverbs1/
WATCH NEXT:
How to change basic English into business English:
https://www.youtube.com/watch?v=_2ZDNgtAsbw\u0026t=0s\u0026list=PLxSz4mPLHWDb5ilkSD089gY2UwKiP72S7\u0026index=4
TRANSCRIPT
Hi. I’m Rebecca from engVid. Today I’m especially excited to welcome you to a new series that I’ve created called: \”How to Speak like a Manager\”. In this series you will learn how to take general English and upgrade it to business English. Okay? And we’ll be doing that by looking at different verbs that you can use, adjectives, nouns, and so on. Okay? But today in this lesson we will be focusing on eight verbs. But you might be asking: \”Only eight verbs and I can become a manager?\” Well, yes. \”Why?\” Because I’m going to show you how these eight verbs, to start with, can actually be used in hundreds of ways, in different collocations or combinations of words, so therefore you’ll be able to use them in all kinds of situations. Definitely in professional situations, but also in social situations or personal situations. Okay? So, let’s start right now. Okay.
So let’s suppose what you want to say in general English or regular English is something like this: \”I need to find out what’s wrong.\” Okay? Now, on this side is all the regular English or the general English. Okay? And on this side we’re going to express the same idea, but in higher English, in more advanced business English or more professional English. And you’re going to help me because I didn’t write the word in yet. You’re going to help me because perhaps you already know some of these words, but even if you know them you might not realize how many different ways we can actually use those same words, and that’s what I want you to be able to do. Okay? So suppose your idea in your mind is that: \”I need to find out what’s wrong.\” So how can we say that in more professional English? \”I need to\”, the verb starts with \”i\”: \”I need to _______ the problem. I need to identify the problem.\” Okay? So, our first word today is \”identify\”. Say it after me: \”identify the problem\”. Good.
Now, suppose the idea you’re trying to convey is: \”I need to fix the problem.\” Okay? \”Fix\” is a very ordinary word, so what better word could we use here? \”I need to _______ the issue or the issues. I need to\”, you might know this word. \”I need to resolve\”, okay? So, \”resolve\” is just like \”solve\”, but usually we say: \”Solve the problem\”, but we might say: \”Resolve the issue\”. And \”resolve\” is an even higher, more advanced word. And the higher vocabulary that you use, the more professional you will sound. Okay? And that’s what our goal is. Right?
Okay, next: \”I need to give people confidence.\” So what’s a good word or verb for that? \”To give somebody confidence\” is to, something starts with \”m\”: \”I need to _______ my employees. I need to…\” Do you know this word? I’m sure you’ve heard it. \”Motivate\”. Okay? Say it after me: \”Motivate\” or \”motivate\”. You can say the \”t\”; sometimes it’s easier and clearer for people to understand you when you say the \”t\”. So let’s say the \”t\” now: \”Motivate. I need to motivate my employees\” or: \”I need to motivate my employees.\” Okay? Instead of saying: \”I need to give people confidence\”, because you see that all the verbs here are very ordinary, everyday verbs, and those are higherlevel verbs.
Next: \”I need to give clients my attention.\” Again, we have a very weak verb here, so how can you say that: \”I need to give my attention to my clients or give clients my attention\”? The word… The verb starts with \”f\”: \”I need to _______ on our clients.\” What’s the verb? Do you know it? \”I need to focus\”, okay? Say it after me: \”Focus\”. Be careful how you pronounce this word because otherwise it can sound improper. All right? \”I need to focus on our clients.\” Sounds a lot better than saying: \”I need to give my attention to my clients.\” Okay? \”I need to focus\”.

See also  พ.ร.บ คอมพิวเตอร์ 2560 (มาตรา 11-16) | การหักค่าลดหย่อน 2560

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูความรู้เพิ่มเติมที่นี่

Speak like a Manager: Verbs 1

Social Contract Theory


Social Contract Theory

6 สัญญาณทางอารมณ์ของคนที่เป็น Toxic ในความสัมพันธ์ | Mission To The Moon EP.1038


ในช่วงแรกของความสัมพันธ์ระหว่างคู่รัก เป็นธรรมดาที่คนส่วนใหญ่มักจะเผยนิสัยด้านดีออกมาให้คู่ของตนเองเห็น มากกว่าการแสดงออกถึงนิสัยแท้จริง และนี่คือ 6 สัญญาณของคนที่มีความไม่สมบูรณ์ทางอารมณ์ ซึ่งถือเป็นพิษร้าย (Toxic) ในความสัมพันธ์ ที่คุณควรสังเกตและหาทางรับมือให้ถูกวิธี
MissionToTheMoon
MissionToTheMoonPodcast

ติดตาม Mission To The Moon Media ได้ที่
Website: https://bit.ly/3oHFe99
Facebook: https://bit.ly/32Oe4nW
Twitter: https://bit.ly/2TyBOH6
Blockdit: https://bit.ly/3jI0pEk
YouTube: https://bit.ly/2TyTXVg
TikTok: https://bit.ly/35Gq8aX
SoundCloud: https://bit.ly/3e4Tzax
Podbean: https://bit.ly/3oCqU1g
Spotify: https://spoti.fi/37MNajh
Apple Podcast: https://apple.co/3oK1JKy

6 สัญญาณทางอารมณ์ของคนที่เป็น Toxic ในความสัมพันธ์ | Mission To The Moon EP.1038

สุดยอดความ standards ในการสอนและเรียน ของ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมากๆ!! #หนุ่ม​ลาวreaction #คนลาว


สุดยอดความ standards ในการสอนและเรียน ของ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมากๆ!! #หนุ่ม​ลาวreaction #คนลาว

What Your Boss Can TRACK About YOU with Microsoft Teams


Does Microsoft Teams track your working hours? Many of us use Microsoft Teams while working remotely. But did you ever wonder what your BOSS can TRACK through Teams about your working day? For example, can your boss know what your availability in Teams was? When was the last time you logged into Teams and how many Teams meetings you attended?
In this video I’ll reveal the user reports that are currently available from the Microsoft Teams Admin center.
★ Get the Official XelPlus MERCH: https://xelplus.creatorspring.com/
We’ll access the Teams Admin Center and look at the Activities Reports your Admin has access to. Aside from Teams, there are other reports about usage of apps from the Microsoft 365 admin center. For example the productivity score report. You also have a list of overall active users by Microsoft 365 services and Microsoft 365 apps. There are also some information that is tracked by username. For example last email activity, last Teams activity and more.
Timestamps
00:00 Intro What Teams can Track about Your Hours
00:27 Teams Admin Center
00:44 Teams Analytics \u0026 Reports Apps Usage
01:45 Teams Usage
02:55 Teams User Activity
03:50 Microsoft 365 Admin Center Productivity Report
04:20 Microsoft Apps Usage Reports
05:38 Assign Objectives instead of tracking time
Teams is a collaboration app. For a stepbystep tutorial to Microsoft Teams: https://youtu.be/z6IUiamE3U
Complete tutorial playlist for Microsoft Teams: https://www.youtube.com/playlist?list=PLmHVyfmcRKywQhgPm_bxh6p9rEVR6FdIA
How to Use Microsoft Planner: https://youtu.be/nn0S9KPbN84
★ My Online Excel Courses ► https://www.xelplus.com/courses/
✉ Not sure which of my Excel courses fits best for you? Take the quiz: https://www.xelplus.com/coursequiz/
EXCEL RESOURCES I Recommend: https://www.xelplus.com/resources/
GEAR I use: https://www.xelplus.com/resources/gear
More resources on my Amazon page: https://www.amazon.com/shop/leilagharani
Let’s connect on social:
Instagram: https://www.instagram.com/lgharani
Twitter: https://twitter.com/leilagharani
LinkedIn: https://at.linkedin.com/in/leilagharani
Note: This description contains affiliate links, which means at no additional cost to you, we will receive a small commission if you make a purchase using the links. This helps support the channel and allows us to continue to make videos like this. Thank you for your support!
MicrosoftTeams

What Your Boss Can TRACK About YOU with Microsoft Teams

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูวิธีอื่นๆInvestement

ขอบคุณที่รับชมกระทู้ครับ social contract คือ

8 thoughts on “[NEW] ฌอง ฌาค รุสโซ (Jean Jacques Rousseau, ค.ศ. 1712-1778) | social contract คือ – Sathyasaith”

  1. 881733 604201youre in point of fact a excellent webmaster. The site loading velocity is remarkable. It seems that you are performing any distinctive trick. In addition, The contents are masterpiece. youve done a great activity on this topic! 189956

    Reply
  2. 499621 27864Of course like your site but you want to check the spelling on several of your posts. Several of them are rife with spelling problems and I locate it extremely bothersome to tell the truth nevertheless Ill surely come back once more. 287792

    Reply
  3. 678003 639552thank you dearly author , I located oneself this web web site really helpful and its full of outstanding healthy selective info ! , I as effectively thank you for the amazing food plan post. 391955

    Reply
  4. 461580 80281Aw, it was an incredibly excellent post. In thought I would like to set up writing comparable to this in addition – taking time and actual effort to create a quite very good article but exactly what do I say I procrastinate alot and also no means manage to go done. 632389

    Reply

Leave a Comment