[NEW] วิชา หลักการพื้นฐานทางรัฐศาสตร์ (หน่วยที่๑) | หลักพุทธธรรมกับการเมืองการปกครอง – Sathyasaith

หลักพุทธธรรมกับการเมืองการปกครอง: คุณกำลังดูกระทู้

กลับหน้ากระดานสนทนา
.::รัฐศาสตร์ ::.

วิชา หลักการพื้นฐานทางรัฐศาสตร์ (หน่วยที่๑)

 

ผู้ตั้งคำถาม :

spicy

วันที่ Post :

 จำนวน Post:

18

ครั้ง

User:

spicy

โพสต์: 

18

 

ครั้ง

id Post

1017083

วันที่ Post :

วิชา หลักการพื้นฐานทางรัฐศาสตร์ (หน่วยที่๑)

หน่วยที่ ๑ ลักษณะและขอบข่ายของรัฐศาสตร์

๑.๑ แนวคิดและความหมายของรัฐศาสตร์ 

๑.๑.๑ แนวคิดเชิงปรัชญา เชิงสถาบันและโครงสร้าง รวมทั้งเชิงระบบ 


๑) การศึกษารัฐศาสตร์ตาม “แนวคิดเชิงปรัชญา” 

  • โสกราตีส ตั้งคำถามเกี่ยวกับความดี ความยุติธรรม และเป้าหมาของรัฐ ซึ่งคำถามเหล่านี้เป็นแนวทางของปรัชญาการเมืองที่พยายามแสวงหารูปแบบการกระทำหรือกิจกรรม ระเบียบแบบแผนทางการเมืองที่ถูกต้องและดีงาม 
  • เพลโต เสนอในงานเขียน  ว่ารัฐในอุดมคติจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมี “ราชาปราชญ์”(Philosopher King) 
  • อริสโตเติล เสนอในงานเขียนว่า รัฐในอุดมคติ คือ “รัฐที่มีการปกครองระบอบอภิชนาธิปไตย” เน้นคุณสมบัติของคนกับการปกครองตามสัดส่วนที่ยึดถือความดีเป็นหลัก โดยพิจารณาจากจำนวนผู้ปกครองและเป้าหมายในการใช้อำนาจ เป็นหลัก 
  • มาเคียเวลลี เสนอในงานเขีนเรื่อง ว่าการเมืองเป็นเรื่องของศิลปะการใช้อำนาจ เป้าหมายของการเมืองอยู่ที่ผลประโยชน์ส่วนรวม เพื่อเป้าหมายดังกล่าวผู้ปกครองย่อมใช้วิธีที่ไม่มีศีลธรรมได้ “เข็มแข็งดุจราชสีห์ เจ้าเลห์ดั่งสุนัขจิ้งจอก” 
  • โธมัส ฮ้อบส์ เสนอในงานเขียน “” ว่า มนุษย์นั้นอยู่ภายใต้กฎของธรรมชาติที่แสวงหาความมั่นคงและปลอดภัย เพื่อให้บรรลุเป้าหมายดั่งกล่าวมนุษย์จึงต้องสละสิทธิ์ตามธรรมชาติ บางส่วนแก่ผู้ปกครองหรือองค์อธิปัตย์ 
  • จอห์น ล็อค เสนอในงานเขียน  ว่า รัฐบาลที่ดีเกิดคือรัฐบาลที่เกิดจากการทำ ”สัญญาประชาคม” (Social Contract) เพื่อทำหน้าที่เป็นองค์กรในการใช้อำนาจส่วนกลางร่วม หากไม่สามรถทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพประชาชนสามารถเปลี่ยนแปลงรัฐบาลได้ + คาร์ลมากซ์ เสนองานเขียน o ว่ารัฐเป็นเครื่องมือที่ชนชั้นนายทุนกดขี่ ข่มเหง ชนชั้นกรรมมาชีพ สังคมที่ดี คือ “สังคมคอมมิวนิสต์”ที่ปราศจากรัฐและผู้ปกครองโดยที่ทุกคนมีความเสมอภาคกัน 

          แนวคิดเชิงปรัชญา เป็นรากฐานสำคัญของการสร้างทฤษฎีและลัทธิอุดมการณ์เกี่ยวกับรัฐและการเมือง  การปกครอง

๒) การศึกษารัฐศาสตร์ตาม “แนวคิดเชิงสถาบันและโครงสร้าง” 

  • มุ่งอธิบายว่ารัฐและการปกครองที่ดีจะต้องเป็นรัฐที่มีสมรรถนะ เสถียรภาพและมีการแบ่งหน้าที่กันทำตามความชำนาญเฉพาะด้านในการทำหน้าที่ของสถาบันการเมืองการปกครอง 
  • รวมทั้งเพื่อ ถ่วงดุลอำนาจระหว่างสถาบันด้วยกันเอง โดยเฉพาะ สถาบันนิติบัญญัติ บริหารและตุลาการ 
  • จึงเป็นการศึกษาที่เน้นแบบแผนกิจกรรมหรือการกระทำในรูปของกลุ่มหรือองค์กรที่จัดตั้งทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ 
  • เพื่อจุดมุ่งหมายในการจัดระเบียบ จัดสรรผลประโยชน์และยุติปัญหาข้อขัดแย้งในสังคม 
  • แนวคิดเชิงสถาบันและโครงสร้าง เป็นรากฐานสำคัญของการสร้างแบบแผนกิจกรรม ระเบียบความสัมพันธ์ ขอบเขตอำนาจ 

๓) การศึกษารัฐศาสตร์ตาม “แนวคิดเชิงระบบ” 

  • มุ่งอธิบายว่า รัฐและการปกครองที่ดีนั้นจะต้องประกอบด้วยส่วนย่อยต่างๆที่มีการทำงานอย่างเป็นลำดับขั้น มีการประสาน สอดคล้อง มีปฏิสัมพันธ์และการปรับตัว แลส่งผลต่อสมรรถภาพโดยรวมของทั้งระบบ 
  • แนวคิดเชิงระบบ เป็นรากฐานของการจัดจำแนกปัจจัยส่วนประกอบ การลำดับขั้นตอนการทำงาน และเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของกลไก กระบวนการส่วนย่อยต่างๆ ภายในระบบการเมืองไทย 

๑.๑.๒ ความหมายของรัฐศาสตร์ 


           มี ๓ ความหมายคือ ความเป็นศาสตร์เกี่ยวกับรัฐ เกี่ยวกับการปกครอง และเกี่ยวกับการเมือง ทั้ง ๓ ความหมายมีเป้าหมายเหมือนกันคือ การอธิบายและเสนอแนวทางในการสถาปนารัฐและการปกครองที่ดี ซึ่งสามารถจัดสรรหรือแบ่งปันผลประโยชน์ให้แก่กลุ่มชนต่างๆได้อย่างทั่วหน้า

๑) ความเป็นศาสตร์เกี่ยวกับรัฐ 

  • มุ่งอธิบายเกี่ยวกับรัฐในมิติต่างๆ เช่นการกำเนิด องค์ประกอบ หน้าที่และจุดมุ่งหมายของรัฐ พัฒนาการ รูปแบบ โครงสร้าง 
  • การกำเนิดของรัฐ ศึกษาในหลายทฤษฏี ได้แก่ทฤษฏีเทวสิทธิ์ ทฤษฏีสัญญาประชาคม ทฤษฏีกำลัง ทฤษฏีธรรมชาติ เป็นต้น 
  • ศึกษาโครงสร้างของรัฐ โครงสร้างของรัฐบาล ระบบกลไกราชการ ชนชั้นนำทางอำนาจการปกครองและเศรษฐกิจ โครงสร้างทางอุดมการณ์ 
  • ศึกษาอำนาจอธิปไตยของรัฐ ได้แก่ อำนาจอธิปไตยภายในรัฐซึ่งเน้นอำนาจสูงสุดในการปกครองประเทศ และอำนาจภายนอกรัฐซึ่งเน้นเอกราช 
  • ศึกษาสิทธิเสรีภาพ ของประชาชน ได้แก่การรับรองสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน

๒) ความเป็นศาสตร์เกี่ยวกับการปกครอง 

  • มุ่งอธิบายเกี่ยวกับอำนาจสูงสุดในการปกครองรัฐ รูปแบบและกลไกสถาบันในการปกครองของรัฐ แบบแผนและกระบวนการในการปกครองของรัฐ ความสัมพันธ์ทางอำนาจระหว่างองค์กรปกครองส่วนกลางกับส่วนท้องถิ่น
  • ศึกษากระบวนการตราและบังคับใช้กฎหมาย ตลอดจนการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน
  • การอธิบายเกี่ยวกับ อำนาจสูงสุดในการปกครองของรัฐ ได้แก่ การกำหนดขึ้น ความเป็นเจ้าของ และวิธีการนำอำนาจไปใช้

๓) ความเป็นศาสตร์เกี่ยวกับการเมือง

  • มุ่งอธิบายเกี่ยวกับลัทธิทางการเมือง โครงสร้างสถาบันและการทำหน้าที่ของสถาบันทางการเมือง พัฒนาการทางการเมือง การมีส่วนร่วมทางการเมือง กระบวนการทางการเมือง การตรวจสอบทางการเมือง การควบคุมโทษทางการเมือง 

๑.๑.๓ ความแตกต่างและความคล้ายคลึงระหว่างรัฐศาสตร์กับการเมือง 

  • รัฐศาสตร์เป็นศาสตร์ที่ศึกษาเกี่ยวกับ รัฐ การปกครอง และการเมือง ดังนั้นการเมือง จึงเป็นส่วนหนึ่งของรัฐศาสตร์ 
  • ข้อแตกต่างระหว่างรัฐศาสตร์กับการเมืองนั้น จุดสำคัญอยู่ที่ ขอบเขตของการศึกษา 
  • รัฐศาสตร์มีขอบเขตการศึกษาที่กว้าง คลอบคลุมมากกว่า การเมือง ขณะที่การเมืองในมีขอบเขตที่แคบและละเอียดกว่า 
  • เช่น เมื่อกล่าวถึงคำความ “อำนาจ” รัฐศาสตร์จะสนใจถึงอำนาอธิปไตยของรัฐ กระบวนวิธีการใช้อำนาจสูงสุดในการปกครอง และกระบวนวิธีในการยึดกุมอำนาจหรือควบคุมอำนาจนั้นด้วย แต่ถ้าเป็นการเมืองจะสนใจเฉพาะกระบวนวิธีในการยึดกุมอำนาจหรือควบคุมอำนาจเท่านั้น 
  • การเมืองมีจุดเด่นคือ สามารถเพิ่มความละเอียดลึกซึ่งเป็นองค์ความรู้ที่ละเอียดและแยกย่อยเฉพาะด้านได้มากขึ้น

๑.๒ พัฒนาการของรัฐศาสตร์ 

๑.๒.๑ ความเป็นมาของรัฐศาสตร์

            เดิมเป็นแขนงของสังคมศาสตร์ จำแนกได้ ๕ ยุค คือ 
๑) รัฐศาสตร์ยุคสมัยที่เน้นปรัชญา (๕๐๐-๓๐๐ ก่อนคคริสต์สักการ) 

  • เกิดขั้นใน ยุคอารยธรรมกรีกโบราณ โดยอิทธิพลทางความคิดของนักปราชญ์ที่สนใจเกี่ยวกับ รัฐ การปกครอง และการเมือง 
  • มุ่งแสวงหาเป้าหมายอันพึ่งปรารถนา โดยอาศัยบรรทัดฐานเชิงคุณค่านิยมในทางศีลธรรมและจริยธรรมเป็นเครื่องแยกระหว่างดีกับเลว
  • มีนักคิดคนสำคัญได้แก่ เพลโต(บิดาปรัชญาการเมืองเสนอ ราชาปราชญ์),อริสโตเติล(บิดาวิชารัฐศาสตร์)เพราะเป็นคนแรกที่แยกรัฐศาสตร์ออกจากสังคมศาสตร์,
  • เน้นการศึกษาในเชิงปรัชญาและศีลธรรม ได้รับอิทธิพลทางความคิดในรูปแบบตำรา คำสอน และบทสนทนา 
See also  รวยได้ไม่ยาก ด้วยกองทุนรวม | Money Matters EP.113 | ร่วมลงทุน | อัพเดทข้อมูลเศรษฐกิจและการเงินทุกวันที่นี่

๒) รัฐศาสตร์ในยุคสมัยที่เน้นกฎหมาย

  • เกิดขึ้นในอาณาจักรโรมัน โดยมีการเชื่อมโยงปรัชญากรีกกับ ความคิดทางการเมืองของตะวันตก
  • มุ่งสร้างความผูกพันระหว่างมนุษย์ที่เท่าเทียมกันทั้งโลกเหนือความผูกพันเฉพาะชุมชน อิงบรรทัดฐานของกฎธรรมชาติศักดิ์ศรีและความเสมอภาคของมนุษย์   
  • ถือว่า กฎหมาย คือแกนของวิชารัฐศาสตร์ เพราะผู้นำเป็นทหาร รวบรวมดินแดนต่างๆเข้ามาอยู่ เขตอำนาจการปกคราองเดียวกัน กฎหมายจึงกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการควบคุม 
  • มีการประมวลกฎหมายขึ้น ในสมัยพระจักรพรรดิจัสติเนียน ค.ศ.๕๒๗- ๕๖๕
  • มีการผสมผสานปรัชญากรีกจากสำนักสโตอิค กับความคิดทางการเมืองของตะวันตกที่เน้นความสัมพันธ์และความเสมอภาคและศักดิ์ศรีในความเป็นมนุษย์ จนกลายเป็นรากฐานทางกฎหมายและรัฐธรรมนูญ

๓) รัฐศาสตร์ในสมัยที่เน้นศาสนา 

  • มุ่งสร้างจักรภพโลกแห่งศาสนาเดียว อิงบรรทัดฐานของหลักธรรมคำสอนของคริสต์ศาสนาและอิทธิพลของ ศาสนจักรเหนืออาณาจักร 
  • เกิดขึ้นยุคศักดินาหรือยุโรปยุคกลาง 
  • รัฐศาสตร์ในยุคนี้มีความผูกพันกับระบบจริยธรรมด้วย

๔) รัฐศาสตร์ในสมัยที่เน้นอำนาจ

  • มุ่งวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับศิลปะในการใช้อำนาจและรักษาอำนาจ อิงบรรทัดฐนของความมั่นคงเข็มแข็งของอำนาจมากกว่าจรยธรรมหรือศีลธรรม

๕) รัฐศาสตร์ในสมัยที่เน้นการพัฒนาทางการเมืองและการเมืองเปรียบเทียบ

  • มุ่งสร้างความรู้ความเข้าใจและการใช้ประโยชน์ในการพัฒนา อิงบรรทัดฐานของการสร้างทฤษฏี การสร้างหลักการทงวิทยาศาสตร์และพฤติกรรมศาสตร์ แนวโน้มในอนาคต + ในยุคหลังความทันสมัยจะเน้นการแก้ไขปัญหาสำคัญของประชาชนการเมืองโลก ตอบสนองความต้องการและยกระดบมาตรฐานคุณภาพชีวิตของมนุษยชาติในภาคประชาชนมากกว่าองค์กรของรัฐ

๑.๒.๒ ขอบข่ายของรัฐศาสตร์ 

  • มีแนวโน้มว่าจะขยายขอบข่ายออกไปมากขึ้น ทั้งด้านเทคนิควิธีการศึกษา เนื้อหาสาระและเป้าหมายการศึกษา ซึ่งครอบคลุมทังการเมืองทั่วไป เรื่องทฤษฎีและประวัติศาสตร์ความคิดทางการเมือง เรื่องการเมืองเปรียบเทียบ

๑.๒.๓ พัฒนาการและขอบข่ายของรัฐศาสตร์ในประเทศไทย

 

  • เมื่อไทยได้รับอิทธิการจัดระเบียบการปกครองแบบตะวันตกจึงได้นำเอา ความรู้ทางรัฐศาสตร์เท่าที่จำเป็นมาสอนในโรงเรียนฝึกหัดข้าราชการพลเรือน และก่อตั้งเป็นโรงเรียน รัฐประศาสนศาสตร์ในเวลาต่อมา 
  • จุฬาลงกรณ์เปิดหลักสูตรเป็นแห่งแรก ตามด้วยธรรมศาสตร์ รามคำแหง และ มสธ. 
  • มี ๓ สาขาคือ การปกคราอง บริหารรัฐกิจหรือรัฐประศาสนศาสตร์ และระหว่างประเทศ. 
  • ขอบข่ายของรัฐศาสนาเริ่มขยายไปสู่ ภาคเอกชน มีความเป็นเอกชนและความเป็นวิชาชีพ ความชำนาญเฉพาะทางมากขึ้น

๑.๓ เนื้อหาและวิธีการศึกษารัฐศาสตร์

๑.๓.๑ เนื้อหาและวิธีการศึกษาในแนวปรัชญา

           วิธีการศึกษารัฐศาสตร์ตามแนวปรัชญาไม่ได้อิงระเบียบวิ๊ทางวิทยาศาสตร์มากนักแต่ เป็นการอิงกับความเชื่อของคนที่เป็นนักปราชญ์เป็นสำคัญ 

  • โสคราตีส เกี่ยวกับเป้าหมายความต้องการและรูปแบบที่ดีที่สุดของรัฐ การกระทำทางการเมืองที่ดีและยุติธรรม
  • เพลโต เกี่ยวกับรัฐในอุดมคติ ผู้ปกครองที่ดีหรือราชาปราชญ์ 
  • อริสโตเติ้ล เกี่ยวกับรัฐในอุดมคติและระบอบการปกครองที่พึงปรารถนาตามหลักการปกครองตามสัดส่วน 
  • มาเคียเวลลี่ เกี่ยวกับศิลปะการใช้อำนาจและการปกครอง หน้าที่เพื่อความปลอดภัยอยู่ดีกินดี เป้าหมายสูงสุดคือ ส่วนรวม 
  • โธมัสฮ็อบ เกี่ยวกับ ความยุติธรรมในรูปกฎหมายที่องค์อธิปัตย์หรือผู้ปกครองใช้เพื่อเป้าหมายสูงสุด คือ ความปลอดภัย 
  • จอหน์ ล็อค เกี่ยวกับ อำนาจส่วนกลางที่คุ้มครองประชาชน และสิทธิในการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลของประชาชน 
  • รุสโซ เกี่ยวกับอำนาจอธิปไตยซึ่งเป็นอำนาจสูงสุดเป็นของชุมชนไม่ใช่รัฐบาล + มองเตสกิเออ เกี่ยวกับเจตนารมณ์ของกฎหมาย รัฐบาลมีอำนาจจำกัด และมีการถ่วงดุลอำนาจ บริหาร ตุลการ นิติบัญญัติ
  • เฮเกล เกี่ยวกับจิตใจและความคิดเป็นตัวกำหนดสู่สิ่งใหม่ รัฐบาลจะดีหรือเลวขึ้นกับความคิดและจิตใจของคนในขณะนั้น 
  • เบนธัม เกี่ยวกับพันธะทางอำนาจของรัฐบาลในการสร้างประโยชน์สูงสุด แก่คนจำนวนมากที่สุด 
  • มิลล์ เกี่ยวกับการรักษาผลประโยชน์ ระหว่างของปัจเจกชนและของส่วนรวม โดยการสร้างดุลยภาพระหว่างเสรีภาพของคนกับรัฐบาล 
  • มากซ์ เกี่ยวกับวัตถุเป็นตัวกำหนดความเปลี่ยนแปลง รัฐเป็นเครื่องมือของทุนนิยมในการ ขูดรีด สังคมคอมมิวนิสต์คือสังคมที่ไร้รัฐและชนชั้น 

๑.๓.๒เนื้อหาและวิธีการศึกษาแนวสถาบันและโครงสร้าง 

เป็นการศึกษารัฐศาสตร์ตามแนวคิดเชิงปรัชญาของนักปราชญ์ ที่มุ่งเสนอแนะแสวงหา”สิ่งที่ควรจะเป็น”หรือ”สิ่งที่พึ่งปรารถนา”แนวคิดเชิงปรัชญา เป็นรากฐานสำคัญของการสร้างทฤษฎีและลัทธิอุดมการณ์เกี่ยวกับรัฐและการเมือง การปกครองมี ๓ ความหมายคือ ความเป็นศาสตร์เกี่ยวกับรัฐ เกี่ยวกับการปกครอง และเกี่ยวกับการเมือง ทั้ง ๓ ความหมายมีเป้าหมายเหมือนกันคือ การอธิบายและเสนอแนวทางในการสถาปนารัฐและการปกครองที่ดี ซึ่งสามารถจัดสรรหรือแบ่งปันผลประโยชน์ให้แก่กลุ่มชนต่างๆได้อย่างทั่วหน้าเดิมเป็นแขนงของสังคมศาสตร์ จำแนกได้ ๕ ยุค คือวิธีการศึกษารัฐศาสตร์ตามแนวปรัชญาไม่ได้อิงระเบียบวิ๊ทางวิทยาศาสตร์มากนักแต่ เป็นการอิงกับความเชื่อของคนที่เป็นนักปราชญ์เป็นสำคัญ

  • มีเนื้อหาที่เกี่ยวกับสถาบันทางการเมืองในฐานะที่เป็นส่วนประกอบย่อย ของระบบการเมือง 
  • สนใจในส่วนที่เป็นสถาบันการเมืองการปกครอง โครงสร้าง และหน้าที่ของสถาบันเหล่านั้น
  • สถาบันนั้นไม่จะเป็นว่าต้องจัดตั้งอย่างเป็นทางการหรือไม่เป็นทางการ จัดตั้งโดยรัฐหรือประชาชน แต่สำคัญที่ การกระทำหรือกิจกรรมทางการเมือง และมีผลกระทบต่อระบบการเมือง 
  • Eisenstad เห็นว่าสถาบันทางการเมืองจะมีลักษณะ ๑) มีแบบแผน กฎเกณฑ์และบรรทัดฐาน ๒) มีโครงสร้างและวิธีปฏิบัติกิจกรรมทางการเมือง ๓) มีปฏิสัมพันธ์กับสถาบันทางการเมืองอื่น
  • Huntington เห็นว่าเสถียรภาพหรือความมั่นคงของสถาบันนั้นขึ้นกับ ๒ ปัจจัยคือ ๑) ขอบเขตของการสนับสนุน ๒) ระดับความเป็นสถาบัน

๑.๓.๓ เนื้อหาและวิธีการศึกษาแนวระบบและวัฒนธรรมเมือง

          มีวิธีการศึกษาที่คล้ายคลึงกับแนวสถาบันและโครงสร้าง มีจุดต่างที่สำคัญคือ คำนึงถึงความสัมพันธ์ของสิ่งแวดล้อมทางการเมือง ศึกษษการเมืองในระบบปิดมากกว่าระบบเปิด อีกส่วนหนึ่งที่แตกต่างอย่างสำคัญคือ ส่วนที่เกี่ยวกับวัฒนธรรมทางการเมือง การศึกษาแนวระบบและวัฒนธรรมเมืองมีเนื้อหาที่สำคัญอยู่ ๒ ส่วนคือ

๑) ส่วนที่เกี่ยวกับระบบการเมือง ส่วนเใหญ่เกี่ยวกับลักษณะที่เหมือนหรือคล้ายกันของระบบการเมือง ขั้นตอนและการทำงานของระบบการเมือง การดำรงอยู่ของระบบการเมือง และความแตกต่างของระบบการเมือง

๒) ส่วนที่เกี่ยวกับวัฒนธรรมทางการเมือง ซึ่งส่วนใจเกี่ยวกับทีี่มา รูปแบบ บทบาท และความสัมพันธ์เชื่อมโยงระหว่างระบบการเมืองกับวัฒนธรรมการเมือง 

ภาพที่ ๑.๑ ขั้นตอนและการทำงานระบบการเมือง

๑.๔ ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐศาสตร์กับศาสตร์อื่น

๑.๔.๑ ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐศาสตร์กับนิติศาสตร์

  • มีความเชื่อมโยงกันทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ
  • นิติศาตร์เกี่ยวข้องทัั้งการกำเนิดของรัฐ พัฒนาของรัฐ เครื่องมือของรัฐการออกแบบ ระบบการเมืองการปกครอง การสร้างความชอบธรรมทางการเมืองการปกครองของสถาบันการเมืองการปกครองและผู้ปกครอง
  • นิติศาสตร์จึงมีส่วนสนับสนุนรัฐศาสตร์ให้มีเครื่องมือในการสรา้งรัฐ พัฒนารัฐ ออกแบบระบอบการเมืองการปกครอง ปกป้องคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน เป็นต้น

๑.๔.๒ ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐศาสตร์กับสังคมวิทยาและจิตวิทยา

  • มีความสัมพันธ์กันในแง่ของขอบข่ายของเนื้อหาสาระบริบท และวิธีในการศึกษา โดยเฉพาะปัจจุบันที่รัฐศาสตร์สนใจเกี่ยวกับความเปลี่ยนแปลงทางสังคม ประชาสังคม และพฤติกรรมทางสังคมของคนและสถาบันทางการเมืองการปกครอง
  • เนื่องจาก รัฐศาสตร์ศึกษษในหน่วยและระดับที่เกี่ยวกับคน กลุ่มคน ชุมชน รัฐและสถาบัน และสังคมโดยรวมด้วย คลอบคลุมทั้งจุล ภาค มหภาค ในแง่มุมต่างๆไม่ว่าจะเป็น พฤติกรรม วัฒนธรรม ความต้องการ แรงจูงใจ ทัศนคติ ค่านิยม และอารมณ์ความรู้สึกของคนทั้งในฝ่ายผู้ปกครองและผู้ถูกปกครอง

๑.๔.๒ ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐศาสตร์กับสังคมวิทยาและเศรษฐศาสตร์

  • มีความสัมพันธ์กันในส่วนที่เกี่ยวกับเหตุผลและเป้าหมายมากว่า วิธีการ
  • เนื่องจากทั้งสอง อ้างอิงเหตุผลบนพื้นฐานของความเป็นธรรม และอ้างอิงเป้าหมายบนพื้นฐานของการสรา้งประโยชน์ สูงสุดให้แก่คนจำนวนมากที่สุด

๑.๔.๒ ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐศาสตร์กับสังคมวิทยาและประวัติศาสตร์

  • มีความสัมพันธ์ในลักษณะพึ่งพาอาศัยกัน 
  • กล่าวคือ ขณะที่ประวัติศาสตร์เแาปรากฏการณ์ทางการเมืองไปบันทึก วิเคราะห์และตีความนั้น รัฐศาสตร์เองก็นำเอาประวัติศาสตร์มาใช้เป็นหลักฐานและข้อมูลประกอบการอ้างอิง วิเคราะห์ คาดการณ์และทำนายปรากฏการณ์ทางการเมืองด้วยเช่นกัน

+++++++++++++++  แร้วจ้าาาา บทที่ ๑  +++++++++++++

วิธีการศึกษาจะเน้นพฤติกรรม การเปรียบเทียบและการพัฒนา โดยอาศัยระเบียบวิธีทางวิทยาศาสตร์ ทางสังคมวิทยาและชีววิทยา



User:

spicy

โพสต์: 

18

 

ครั้ง

id Post

1017084

วันที่ Post :

See also  สาวแทบช็อก! งูยักษ์คล้ายอนาคอนดา เลื้อยผ่านหลังบ้าน | ข่าวอรุณอมรินทร์ |150164 | ภาษาจีน ท่องเที่ยว

เพิ่งจะไดอ่านจริงจังก็วันนี้


User:

preeda

โพสต์: 

2629

 

ครั้ง

id Post

1017089

วันที่ Post :

อ่านแล้วอ่านอีกครับ ยิ่งอ่านยิ่งมัน…สนุกไปกับการอ่านจริงครับ…

User:

spicy

โพสต์: 

18

 

ครั้ง

id Post

1017111

วันที่ Post :

จ๊ะ อ่านแล้วสนุกดี เพลินจนเกือบลืมเวลาเลย แต่นานๆจะมีเวลาอ่านจิงจังซะที งานยุ่งๆอะจร้า อิอิ


User:

preeda

โพสต์: 

2629

 

ครั้ง

id Post

1017116

วันที่ Post :

วิชานี้ชอบมากๆครับสอบทีเดียวผ่านครับ..ขนาดผ่านแล้วยังมานั่งอ่านจนลูกบอกว่าสงสัยพ่อจะเพียนไปซะแล้ว…..วิชาไหนที่ชอบเรียนสนุกๆจริงครับ วิชาไหนไม่ชอบละก็รอได้เลย…ซ่อมครับ…

User:

spicy

โพสต์: 

18

 

ครั้ง

id Post

1017119

วันที่ Post :

พี่จบแล้วหรือยังค่ะ

แล้ววิชาหลักเบื้องต้นวิจัยทางรัฐศาสตร์ยากมั้ยค่ะ และมีเทคนิกการจดจำยังไงบ้างค่ะ


User:

Philo

โพสต์: 

13

 

ครั้ง

id Post

1017120

วันที่ Post :

เพิ่งลงวิชานี้ อ่านมิรู้เรื่อง ต้องจำเยอะมากเลย พี่มีเทคนิคการจำไหมอ่ะ

User:

spicy

โพสต์: 

18

 

ครั้ง

id Post

1017123

วันที่ Post :

อ่าน อ่านแล้วก็อ่าน อิอิ


User:

Philo

โพสต์: 

13

 

ครั้ง

id Post

1017130

วันที่ Post :

[email protected]   ถูกใจรูปหมีน้อยมากเลยจ้า

User:

spicy

โพสต์: 

18

 

ครั้ง

id Post

1017320

วันที่ Post :

   ขอบคุณค่ะ

ขอบคุณค่ะ


User:

ขอทำดี

โพสต์: 

19

 

ครั้ง

id Post

1018174

วันที่ Post :

ต่อหน่วยที่สองเลยครับ


หากต้องการสนทนา กรุณา Login ก่อน

[Update] 3 หลักพุทธธรรม นำไปสู่ความสำเร็จ | หลักพุทธธรรมกับการเมืองการปกครอง – Sathyasaith

ผู้นำด้าน Lifestyle E-commerce Platform ที่มาพร้อมส่วนลดสุดพิเศษที่ทางร้านค้าต่างๆมอบให้นักช็อป ทั้งนี้ LerdBuy ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2021 ภายใต้สโลแกนว่า Buy Now, Enjoy Now! More Discount, Pay later!


พุทธศาสนามองเรื่องโหราศาสตร์ เทพเจ้า อย่างไร? โดย สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ปยุตฺโต)


ตัดตอนมาจากซีดีธรรมบรรยาย ชุด \”จะถือพุทธและรักษาธรรมได้ เรื่องอย่างนี้ต้องเข้าใจอย่าให้เพี้ยน\”
เรื่องที่ 2 \”นับถือพุทธศาสนา อย่าให้เพี้ยน\” โดย พระพรหมคุณาภรณ์ (ประยุทธ์ ปยุตฺโต)
https://www.youtube.com/watch?v=jUe8Pcu6pFY\u0026t=930s
กราบระลึกถึงพระคุณของพระพุทธองค์ พระธรรม และพระสงฆ์
กราบขอบคุณครูอาจารย์ทุกท่านที่มอบความรู้เพื่อการนำมาเผยแผ่
ขอขอบคุณทุกท่านที่มีส่วนร่วมในการจัดทำและเผยแผ่ ภาพ/เสียง/วีดีโอ ฯลฯ เหล่านี้ไว้ในวาระต่างๆ
และขออนุญาตนำมาสืบทอดเผยแผ่เพื่อเป็นธรรมทานสืบต่อกันไป
ดูคลิปอื่นๆ ใน Channel \”มือใหม่หลวงพ่อเทียน\” ที่ https://www.youtube.com/channel/UCQry2G1X5It8A8B0nBZhw
ผู้ที่ไม่เคยฝึกกรรมฐาน หรือสนใจเรียนรู้เรื่องกรรมฐานและการเจริญสติแบบเข้าใจง่าย!! ดูที่ http://www.youtube.com/playlist?list=PL85WQjF_Yosrqwu1E23iCftSJobZU6sK8

Channel \”มือใหม่หลวงพ่อเทียน\” ไม่มีการรับบริจาคใดๆ ทั้งสิ้น
และไม่มีการรับรายได้ใดๆ ทั้งสิ้น จาก youtube
เพราะฉะนั้น เกือบทุกคลิปที่ upload โดย \”มือใหม่หลวงพ่อเทียน\” จะไม่มีโฆษณาแทรก
นอกจาก 2 กรณีดังต่อไปนี้ที่ \”อาจจะ\” มีโฆษณาแทรก คือ
1. เป็นคลิปที่เราไม่ได้ upload เอง แต่เป็นการแชร์คลิปมาจาก Channel อื่นๆ
ซึ่งคลิปเหล่านั้นมีเงื่อนไขในการโฆษณาติดมากับคลิปด้วย
2. เป็นคลิปที่เรา upload เอง แต่ไฟล์ต้นฉบับมีภาพหรือเสียงที่เป็นลิขสิทธิ์ของผู้อื่น
ในกรณีนี้ youtube และเจ้าของลิขสิทธิ์ อนุญาตให้เราเผยแพร่ได้ แต่ \”อาจจะ\” มีโฆษณาแทรก
และรายได้ต่างๆ (หากจะพึงมีเกิดขึ้นตามเงื่อนไขของ youtube) จะตกเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์นั้น

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูความรู้เพิ่มเติมที่นี่

พุทธศาสนามองเรื่องโหราศาสตร์ เทพเจ้า อย่างไร? โดย สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ปยุตฺโต)

“ศาสนาผีกับการเมือง” โดยสุจิตต์ วงษ์เทศ


การบรรยายสาธารณะ “ศาสนากับการเมือง ชาตินี้เราคงแยกกันไม่ได้” หัวข้อ “ศาสนาผีกับการเมือง” โดยสุจิตต์ วงษ์เทศ นักเขียนด้านประวัติศาสตร์โบราณคดี และศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ เป็นการบรรยายพร้อมด้วยการรบรรเลงปี่พาทย์จากวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล
จัดโดยกลุ่มสภาหน้าโดม ณ ห้อง ศศ.107 คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วันที่ 21 กุมภาพันธุ์ 2558

“ศาสนาผีกับการเมือง” โดยสุจิตต์ วงษ์เทศ

นรก สวรรค์ มีจริงเหรอ?


นรก สวรรค์
มีจริงเหรอ?
……………………………………
.
.
.
.
.
……………………………
ณ ศูนย์ปฏิบัติธรรม วัดป่าสุทธาวาส
ต.ธาตุเชิงชุม อ.เมือง จ.สกลนคร
เมื่อ 29012543
……………………………………
ขอกราบไหว้บูชา
หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต
หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน
ด้วยใจเคารพยิ่ง
……………………………………..
(คิดถึงหลวงตามหาบัว)
.
.
.
ธรรมะในช่องนี้ นำมาจากคลิปธรรมะ
ที่วัดป่าบ้านตาดเผยแพร่ทางยูทูป
.
ท่านสามารถรับชม คันคว้า ศึกษา ได้เพิ่มเติม
จากช่องยูทูปต่อไปนี้
.
A.S.B. หลวงตามหาบัว ธรรมะ ชาติ
https://www.youtube.com/channel/UCZVWgJZu32_B2vIXTWhiOPg/videos
.
หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน
https://www.youtube.com/channel/UCJMzPQrrhEDFgfNYnoM1A/videos
Wat Pa Baan Taad วัดป่าบ้านตาด
https://www.youtube.com/channel/UC6RX2oYHHZK0QvE9Biby7XA
พิพิธภัณฑ์สันตุสฺสโก (ออนไลน์)
www.nippanang.com
(นิพพานัง ดอท คอม)

See also  [NEW] | การรำเดี่ยว - Sathyasaith

นรก สวรรค์ มีจริงเหรอ?

อะไรคือหลักศาสนาพุทธที่แท้จริง – พุทธทาส


แม้กระทั่งวันนี้พุทธบริษัทยังจับหลักไม่ได้ว่า หลักของพุทธศาสนาที่แท้จริง และมีระบบสั้น ๆ ว่าอย่างไร? หรือมีรูปร่างอย่างไร ที่เห็นโดยมาก ได้แก่ หมวดอริยสัจ หมวดมรรคมีองค์ ๘ หมวดไตรสิกขา หมวดไตรลักษณ์ ปฏิจจสมุปบาท หรือหลัก 3 ประการในโอวาทปาติโมกข์ คือ ละชั่ว ทำดี ทำจิตให้บรืสุทธิ์
ทั้งหมดถูกมองไปคนและแง่คนละมุม จับกันไม่สนิท ไม่ลงรอยกันจนเหลือเพียงหมวดเดียว ข้อเดียว คำเดียว การที่มีหมวดต่าง ๆ มากทำให้ไม่รู้ว่าจะศึกษาอะไรดี ทั้งนี้เพราะผู้ศึกษาไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไร ต้องการอะไร และจะไปไหน
สาเหตุอีกอย่างที่ทำให้ไม่เข้าใจหลักศาสนา คือ การเข้าใจธรรมะบางหมวดผิด เพราะเข้าใจความหมายของคำที่ผิดจากพุทธประสงค์เดิม ทำให้เป็นสิ่งที่ค้านกันในตัวเอง ทำให้มีคำอธิบายมากขึ้น ๆ ซับซ้อน ยากขึ้นทุกที คนที่พบเห็นยิ่งยึดถือ โดยหลงผิดว่า ยิ่งเข้าใจยาก ยิ่งดี หรือ ยิ่งเป็นหลักสำคัญของพุทธศาสนา เช่น ปฏิจจสมุปบาท มีการอธิบายไว้มาก นิยมศึกษา แต่ก็หาสาระไม่ได้ในการใช้เป็นหลักปฏิบัติให้สำเร็จประโยชน์

อะไรคือหลักศาสนาพุทธที่แท้จริง - พุทธทาส

เรื่องผีๆสางๆ 24 เมษายน 2510 @ ท่านพุทธทาสภิกขุ


ขอเชิญท่านรับฟังธรรมะที่สนใจ https://www.youtube.com/user/kancha085
ฟังธรรมะ พระธรรมโกศาจารย์ (ท่านพุทธทาสภิกขุ) https://www.youtube.com/watch?v=DJTW6FsYlHg\u0026list=PLS27KLBZvtnfWk4yv7TLOFGdyPMFqrqMj
ประวัติท่านอาจารย์พุทธทาสภิกขุ

พระธรรมโกศาจารย์ (เงื่อม อินทปัญโญ) หรือรู้จักในนาม ท่านพุทธทาสภิกขุ เป็นชาวอำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี เกิดเมื่อปี พ.ศ. พุทธศักราช 2449 เริ่มบวชเรียนเมื่ออายุได้ 20 ปี ที่วัดบ้านเกิด จากนั้นได้เข้ามาศึกษาพระธรรมวินัยต่อที่กรุงเทพมหานคร จนสอบได้เปรียญธรรม 3 ประโยค ท่านได้ตัดสินใจมาปฏิบัติธรรมที่อำเภอไชยา ซึ่งเป็นภูมิลำเนาเดิมของท่านพร้อมปวารณาตนเองเป็น พุทธทาส เนื่องจากต้องการถวายตัวรับใช้พระพุทธศาสนาให้ถึงที่สุด

ท่านพุทธทาสภิกขุมีนามเดิมว่า เงื่อม พานิช เกิดเมื่อวันอาทิตย์ ขึ้น 7 ค่ำ เดือน 7 ปีมะเมีย หรือวันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. พุทธศักราช 2449 ในสกุลของพ่อค้า ที่ตลาดพุมเรียง อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี ช่วงปลายรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งขณะนั้นพุมเรียงยังเป็นที่ตั้งของตัวเมืองไชยา หรือจังหวัดไชยา ก่อนที่จะกลายมาเป็นจังหวัดสุราษฎร์ธานีในปัจจุบัน บิดาของท่านพุทธทาสภิกขุชื่อ เซี้ยง พานิช ประกอบอาชีพหลักคือการค้าขายของชำ บิดาของท่านพุทธทาสภิกขุมีเชื้อสายจีน เนื่องจากปู่ของท่านพุทธทาสภิกขุอพยพจากมณฑลฝูเจี้ยนในประเทศจีน มาเป็นช่างเขียนภาพสีบนกระจกที่เมืองไชยา ย่าของท่านพุทธทาสภิกขุชื่อส้มจีน ซึ่งเชื้อสายของย่าอพยพจากอำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช มาอยู่เมืองไชยาตั้งแต่สมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ แต่เดิมบิดาของท่านพุทธทาสภิกขุใช้แซ่โข่วหรือข่อ (หรือโค้ว ในภาษาแต้จิ๋ว) ต่อมาเมื่อมีพระราชบัญญัตินามสกุลในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทางราชการจึงเปลี่ยนนามสกุลของบิดาท่านเป็น พานิช เพราะตอนนั้นมีเพียงครอบครัวของท่านเท่านั้นที่ทำการค้าขาย งานอดิเรกที่รักยิ่งของบิดาท่านพุทธทาสภิกขุคืองานด้านช่างไม้ โดยในเวลาว่าง บิดาของท่านพุทธทาสภิกขุจะทำการต่อเรือไม้เป็นอาชีพเสริม ซึ่งทำให้ท่านพุทธทาสภิกขุสนใจ และชอบในงานด้านนี้ไปด้วย แม้ที่สวนโมกขพลาราม งานไม้ส่วนใหญ่ก็เกิดจากการทำกันเองของคณะสงฆ์ นอกจากนี้ บิดาของท่านพุทธทาสภิกขุยังมีความสามารถในทางกวี ซึ่งความสามารถด้านนี้ส่งอิทธิพลต่อท่านพุทธทาสภิกขุเป็นอย่างมาก โดยผลงานธรรมะของท่านพุทธทาสภิกขุส่วนหนึ่งได้ประพันธ์ไว้ในรูปร้อยกรอง ซึ่งมีความไพเราะ และดึงดูดใจให้คนทั้งหลายเข้าถึงเนื้อหาธรรมะได้ง่ายขึ้น

มารดาของท่านพุทธทาสภิกขุชื่อ เคลื่อน พานิช เกิดที่อำเภอท่าฉาง ตาของท่านพุทธทาสภิกขุชื่อเล่ง มียศเป็นขุนสิทธิสาร ปกครองหัวเมืองกระแดะ หรืออำเภอกาญจนดิษฐ์ในปัจจุบัน ครอบครัวของตายายมีความมั่นคงในพระพุทธศาสนา และมีการปฏิบัติสมาธิภาวนากันภายในบ้านเรือน ทำให้มารดาของท่านพุทธทาสภิกขุใกล้ชิดกับพระพุทธศาสนามาตั้งแต่เด็ก ซึ่งความศรัทธาในพระพุทธศาสนานี้ได้ส่งต่อมาที่บุตร และหล่อหลอมให้เด็กชายเงื่อม พานิช กลายเป็นท่านพุทธทาสภิกขุในเวลาต่อมา ท่านพุทธทาสภิกขุมีน้องสองคน ซึ่งมีอายุห่างจากท่านพุทธทาสภิกขุ 3 ปี และ 6 ปี ตามลำดับ น้องคนโตเป็นชาย ชื่อ ยี่เกย พานิช ซึ่งภายหลังได้เปลี่ยนชื่อเป็น ธรรมทาส พานิช และได้เป็นกำลังหลักของคณะธรรมทานในการเผยแพร่พระพุทธศาสนา และสนองงานของท่านพุทธทาสภิกขุ ส่วนน้องสาวคนสุดท้องของท่านพุทธทาสภิกขุชื่อ กิมซ้อย พานิช ซึ่งภายหลังแต่งงานไปอยู่บ้านดอน และใช้นามสกุลสามีว่า เหมะกุล

ท่านพุทธทาสภิกขุได้บวชเรียนตามประเพณี เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. พุทธศักราช 2469 ที่โรงอุโบสถวัดอุบล หรือวัดนอก ก่อนจะย้ายมาประจำอยู่ที่วัดพุมเรียง มีพระอุปัชฌาย์คือ พระครูโสภณเจตสิการาม (คง วิมาโล) รองเจ้าคณะเมืองในสมัยนั้น และมีพระปลัดทุ่ม อินทโชโต เจ้าอาวาสวัดอุบล และ พระครูศักดิ์ ธมฺรกฺขิตฺโต เจ้าอาวาสวัดวินัย หรือวัดหัวคู เป็นพระคู่สวด ท่านพุทธทาสภิกขุได้รับฉายาว่า อินทปญฺโญ ซึ่งแปลว่าผู้มีปัญญาอันยิ่งใหญ่

ผลงานเด่นของทาสพุทธทาสคืองานหนังสือ อาทิ หนังสือพุทธธรรม ตามรอยพระอรหันต์ และคู่มือมนุษย์ และยังมีผลงานอื่นๆ อีกมากมายนับไม่ถ้วนซึ่งล้วนเป็นประโยชน์ต่อชนรุ่นหลังในการศึกษาศาสนาพุทธเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนี้ ท่านยังเป็นพระสงฆ์ไทยรูปแรกที่บุกเบิกการใช้โสตทัศนูปกรณ์สมัยใหม่สำหรับการเผยแพร่ธรรมะ และท่านมีสหายธรรมคนสำคัญ คือ ปัญญานันทภิกขุ วัดชลประทานรังสฤษฎ์ และท่าน บ.ช. เขมาภิรัตน์

พระธรรมโกศาจารย์ (เงื่อม อินฺทปญฺโญ)ได้ละสังขารอย่างสงบ ณ สวนโมกขพลาราม เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. พุทธศักราช 2536 สิริรวมอายุ 87 ปี 67 พรรษา คงเหลือไว้แต่ผลงานที่ทรงคุณค่าแทนตัวท่านให้อนุชนคนรุ่นหลังได้สืบสานปณิธานของท่านรับมรดกความเป็น \”พุทธทาส\” เพื่อพุทธทาสจะได้ไม่ตายไปจากพระพุทธศาสนา
หากท่านมีความสนใจศึกษาเพิ่มเติม http://www.buddhadasa.org/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%9E%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%A0%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%82%E0%B8%B8.html
ถ้าหากมีข้อผิดพลาดประการใดต้องขอโทษขออภัยแก่ผู้รับฟังด้วย และขอน้อมรับการปรับปรุงแก้ไขทุกประการ

เรื่องผีๆสางๆ 24 เมษายน 2510    @  ท่านพุทธทาสภิกขุ

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูบทความเพิ่มเติมในหมวดหมู่Economy

ขอบคุณที่รับชมกระทู้ครับ หลักพุทธธรรมกับการเมืองการปกครอง

10 thoughts on “[NEW] วิชา หลักการพื้นฐานทางรัฐศาสตร์ (หน่วยที่๑) | หลักพุทธธรรมกับการเมืองการปกครอง – Sathyasaith”

  1. 140898 813033Superb blog here! Also your site loads up quick! What host are you using? Can I get your affiliate link to your host? I wish my site loaded up as quickly as yours lol 139533

    Reply
  2. 989073 876182Oh my goodness! an exceptional article dude. Thank you Nevertheless Im experiencing issue with ur rss . Do not know why Cannot register for it. Could there be any person obtaining identical rss difficulty? Anybody who knows kindly respond. Thnkx 847975

    Reply
  3. 411790 683641After I initially commented I clicked the -Notify me when new feedback are added- checkbox and now each time a remark is added I get four emails with the same comment. Is there any method youll be able to take away me from that service? Thanks! 155369

    Reply
  4. 756033 428033This really is excellent content material. Youve loaded this with useful, informative content that any reader can realize. I enjoy reading articles that are so really well-written. 428638

    Reply

Leave a Comment