[NEW] เศรษฐกิจแบบแพลตฟอร์ม ออกแบบอย่างไรให้เติบโตดีและทั่วถึง – THE STANDARD | การ ตลาด สินค้า เกษตร หมาย ถึง – Sathyasaith

การ ตลาด สินค้า เกษตร หมาย ถึง: คุณกำลังดูกระทู้

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจแบบแพลตฟอร์มได้เข้ามามีบทบาทในการดำเนินชีวิตของเรามากขึ้น ผู้อ่านหลายท่านคงมีโอกาสได้ซื้อสินค้าและบริการที่หลากหลายจากแพลตฟอร์มดิจิทัล ขณะที่อีกหลายท่านที่เป็นผู้ประกอบการก็น่าจะเริ่มเห็นประโยชน์ของแพลตฟอร์มดิจิทัลในการเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนในการผลิต การขาย และการขนส่ง

 

คำถามที่สำคัญคือเราจะกระจายผลประโยชน์จากเศรษฐกิจแบบแพลตฟอร์มให้กับทุกคนอย่างทั่วถึงและเท่าเทียมกันได้หรือไม่ อย่างไร คำตอบคือ ‘ทำได้’ ผมมีตัวอย่างของหมู่บ้านเถาเป่า (Taobao Villages) มาเล่าให้ฟัง

 

ชื่อหมู่บ้านเถาเป่ามาจากชื่อของแพลตฟอร์มเถาเป่า (Taobao) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซรายใหญ่ของจีน หมู่บ้านเถาเป่าส่วนใหญ่เป็นหมู่บ้านชนบทที่กระจายอยู่ทั่วประเทศจีน โดยเฉพาะในมณฑลทางตะวันออกของจีน เช่น เจ้อเจียง กวางตุ้ง และเจียงซู ความพิเศษของหมู่บ้านชนบทเหล่านี้คือชาวบ้านเป็นผู้ขายและ/หรือผู้ซื้อสินค้าและบริการบนแพลตฟอร์ม Taobao.com และ Tmall.com โดยหมู่บ้านที่จัดเป็นหมู่บ้านเถาเป่ามีผู้ประกอบการรายย่อยที่ขายสินค้าบนแพลตฟอร์มเถาเป่ามากกว่า 100 ราย และสร้างรายได้จากการขายรวมกันสูงกว่า 10 ล้านหยวนต่อปี โดยรายงานของธนาคารโลกระบุว่า ณ สิ้นปี 2018 มีหมู่บ้านเถาเป่าเกิดขึ้นแล้วเป็นจำนวนกว่า 3,202 แห่ง และมีผู้ประกอบการบนแพลตฟอร์มกว่า 660,000 ราย

 

หมู่บ้านเถาเป่าสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นได้เข้าถึงตลาดขนาดใหญ่ที่มีผู้ซื้อจำนวนมหาศาลทั้งในจีนและในต่างประเทศ มีกรณีศึกษาจากเกษตรกรผู้ปลูกกีวีในมณฑลกุ้ยโจว ซึ่งสามารถขายผลผลิตได้ในราคาสูงขึ้นและได้ส่งออกกีวีไปขายในยุโรปด้วย ขณะที่ความต้องการซื้อสินค้าและบริการที่เพิ่มขึ้นก็ทำให้เกิดการผลิตและการจ้างงานภายในท้องถิ่น จนพัฒนาไปเป็นระบบนิเวศการผลิตที่มีความสมบูรณ์ขึ้น กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นทำให้คนในพื้นที่ชนบทสามารถเลือกทำงานในท้องถิ่นของตน ไม่ต้องย้ายถิ่นฐานไปหางานในเมืองใหญ่ด้วยความยากลำบาก เห็นได้จากกรณีศึกษาจากมณฑลเจียงซู ซึ่งมีผู้ประกอบการรุ่นหนุ่มสาวเดินทางกลับมาทำงานในภูมิลำเนาและสร้างรายได้เทียบเท่ากับการย้ายไปทำงานในเมืองใหญ่ นอกจากนี้คนในท้องถิ่นก็สามารถซื้อสินค้าที่หลากหลายได้ง่ายขึ้นและราคาถูกล

 

หมู่บ้านเถาเป่าเป็นตัวอย่างของโมเดลเศรษฐกิจแบบแพลตฟอร์มที่ ‘ระบบตลาดยุคใหม่’ ช่วยกระจายกิจกรรมทางเศรษฐกิจ รายได้และการจ้างงานไปให้กับผู้มีรายได้น้อยในพื้นที่ห่างไกล และถือเป็นต้นแบบในการลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจที่เห็นผลจริง คำถามคือเราจะสร้างเศรษฐกิจแบบแพลตฟอร์มที่ประสบความสำเร็จเหมือนหมู่บ้านเถาเป่าได้อย่างไร อะไรคือปัจจัยที่เอื้อให้ระบบตลาดทำงานและกระจายผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจให้กับทุกคนอย่างทั่วถึง และภาครัฐมีบทบาทอย่างไรในการสร้างเศรษฐกิจแบบแพลตฟอร์มที่ดี เราจะมาหาคำตอบร่วมกันในบทความฉบับนี้

 

Table of Contents

ระบบนิเวศของเศรษฐกิจแบบแพลตฟอร์ม

เศรษฐกิจแบบแพลตฟอร์มมีองค์ประกอบอะไรบ้าง แต่ละองค์ประกอบทำงานเชื่อมโยงกันอย่างไร ภายในแพลตฟอร์มหนึ่งๆ ควรมีระบบนิเวศที่สมบูรณ์อันประกอบไปด้วย

1. ผู้เล่น หมายถึงผู้ซื้อและผู้ขายซึ่งดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล
2. ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มซึ่งเป็นผู้สร้างและดูแลการทำงานของแพลตฟอร์มดิจิทัล
3. ผู้ให้บริการสนับสนุนที่เข้ามาเติมเต็มการทำงานของแพลตฟอร์มให้สมบูรณ์ เช่น ผู้ให้บริการด้านการเก็บและประมวลข้อมูล ผู้ให้บริการทางการเงินและการชำระเงิน และผู้ให้บริการขนส่ง

 

เศรษฐกิจแบบแพลตฟอร์มเกิดขึ้นจากแพลตฟอร์มหลายประเภทที่มาเชื่อมต่อและทำงานร่วมกัน แต่ละแพลตฟอร์มมีหน้าที่แตกต่างกัน เช่น แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซเป็นตลาดซื้อขายสินค้าและบริการ แพลตฟอร์มตลาดแรงงานจับคู่แรงงานกับผู้ผลิต และแพลตฟอร์มทางการเงินให้บริการชำระเงินและเป็นตัวกลางให้เกิดการโยกย้ายทรัพยากรทางการเงิน ฯลฯ แพลตฟอร์มจะเชื่อมต่อกันจนกลายเป็นระบบนิเวศทางเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่มีการไหลเวียนของข้อมูลข่าวสาร และการแลกเปลี่ยนทรัพยากรทางเศรษฐกิจที่สมบูรณ์และมีประสิทธิภาพ

 

องค์ประกอบสำคัญที่ทำให้เกิดเศรษฐกิจแบบแพลตฟอร์มและเอื้อให้แพลตฟอร์มดิจิทัลสามารถทำงานได้อย่างเป็นปกติและมีคุณภาพ คือ ‘โครงสร้างพื้นฐาน’ ซึ่งประกอบไปด้วย ‘โครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพ’ และ ‘โครงสร้างพื้นฐานเชิงสถาบัน’ โครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพหมายรวมถึงโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีไปจนถึงอุปกรณ์สื่อสารสารสนเทศในมือของผู้เล่น ขณะที่โครงสร้างพื้นฐานเชิงสถาบัน คือ Rules of the Game ที่กำกับปฏิสัมพันธ์และการแลกเปลี่ยนมูลค่าทางเศรษฐกิจระหว่างผู้เล่นบนแพลตฟอร์ม ซึ่งหมายรวมถึงกฎเกณฑ์การทำงานของแพลตฟอร์ม วิธีการที่ผู้เล่นเข้าสู่และใช้งานแพลตฟอร์ม ตลอดจนการจัดสรรผลประโยชน์จากมูลค่าเพิ่มที่ถูกสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม

 

 

โครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพ: เตรียมเทคโนโลยีและคนให้พร้อม

โครงสร้างพื้นฐานมีความสำคัญมาก เสมือนกับเสาเข็มของเศรษฐกิจแบบแพลตฟอร์ม งานศึกษาของ Zeng, Jia, Wan, and Guo (2015) อธิบายว่าการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพเป็นขั้นตอนแรกในการสร้างหมู่บ้านเถาเป่า การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในเทคโนโลยีสารสนเทศและเทคโนโลยีการจัดการข้อมูล เช่น การลงทุนในเครือข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง การส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และการลงทุนในเทคโนโลยีในการเก็บและประมวลผลข้อมูล

 

นอกจากการลงทุนในเทคโนโลยีแล้ว การลงทุนในทุนมนุษย์ก็สำคัญเช่นกัน โดยการลงทุนควรมีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนให้ครัวเรือนและธุรกิจเปลี่ยนผ่านจากเศรษฐกิจแบบดั้งเดิมไปเป็นเศรษฐกิจแบบแพลตฟอร์ม เราไม่ควรปกป้องโมเดลธุรกิจแบบเดิม แต่ควรเอื้อให้ครัวเรือนและธุรกิจเปลี่ยนความคิดและวิธีการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจ เพื่อที่จะสามารถสร้างตัวและเติบโตได้ในเศรษฐกิจแบบแพลตฟอร์ม การลงทุนในทุนมนุษย์ประกอบไปด้วยการส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงและใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างทั่วถึง การส่งเสริมทักษะและองค์ความรู้ในการใช้งานเทคโนโลยีในชีวิตประจำวันและการดำเนินธุรกิจบนแพลตฟอร์มดิจิทัล

 

โครงสร้างพื้นฐานเชิงสถาบัน: ออกแบบแพลตฟอร์มให้กระจายผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจอย่างสมดุล

โครงสร้างพื้นฐานเชิงสถาบันมีความสำคัญมากต่อการทำงานของเศรษฐกิจแบบแพลตฟอร์ม องค์ประกอบสำคัญของเศรษฐกิจแบบแพลตฟอร์มคือ ‘ข้อมูล’ ดังนั้น แพลตฟอร์มจำเป็นต้องมีโครงสร้างเชิงสถาบันที่กำกับการสร้าง การใช้งานและการแลกเปลี่ยนข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเหมาะสม เพื่อปกป้องสิทธิประโยชน์และสร้างความเชื่อมั่นของคนที่ก้าวเข้าสู่เศรษฐกิจแบบแพลตฟอร์ม โดยโครงสร้างเชิงสถาบันควรครอบคลุมประเด็นเกี่ยวกับการยืนยันตัวตน และการดูแลรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลไม่ให้มีการนำไปใช้ในทางที่ผิด

 

นอกจากนี้ การออกแบบเศรษฐกิจแบบแพลตฟอร์มยังต้องคำนึงความเสี่ยงและความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นจากความผิดพลาดของเทคโนโลยีสารสนเทศและการจัดการข้อมูล ลักษณะของความเสี่ยงบนแพลตฟอร์มดิจิทัลมีความแตกต่างจากเศรษฐกิจแบบดั้งเดิม เพราะความสูญเสียสามารถเกิดขึ้นได้เร็วและกระจายออกไปในวงกว้าง การออกแบบเศรษฐกิจแบบแพลตฟอร์มจึงต้องคำนึงถึงธรรมชาติของความเสี่ยงและวางแผนรองรับเอาไว้ล่วงหน้า ปัจจุบันเรามีความพร้อมมากขึ้นในการบริหารความเสี่ยงบนเศรษฐกิจแบบแพลตฟอร์ม เรามีเทคโนโลยีและองค์ความรู้ในการติดตามและบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพขึ้น ทั้งผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่สามารถออกแบบให้เหมาะสมกับความเสี่ยงได้มากขึ้น อีกทั้งยังมีตลาดรองรับการซื้อขายสัญญาประกันภัยที่ลึกขึ้นอีกด้วย

 

จากบทความฉบับที่แล้ว ผมได้ชี้ให้เห็นว่าเศรษฐกิจแบบแพลตฟอร์มมีกลไกที่ส่งเสริมการกระจายมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างสมดุล เนื่องจากแพลตฟอร์มดิจิทัลมีข้อมูลข่าวสารที่สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น จึงไม่มีผู้เล่นคนใดสามารถใช้ประโยชน์จากความไม่สมมาตรของข้อมูลในการโยกย้ายผลประโยชน์ที่อีกฝ่ายพึงได้มาเป็นของตน (การใช้ประโยชน์จากความไม่สมมาตรของข้อมูล เช่น ผู้ขายคนหนึ่งขายสินค้าราคาสูงเกินมูลค่าที่แท้จริงได้ เพราะผู้ซื้อไม่รู้ว่ามีทางเลือกอื่นที่ถูกและดีกว่า) ดังนั้นเศรษฐกิจแบบแพลตฟอร์มจึงควรเอื้อให้เกิดการจัดสรรทรัพยากรที่มีประสิทธิภาพ

 

อย่างไรก็ดี ผู้เล่นต้องอาศัยแพลตฟอร์มเป็นตัวกลางในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลจึง ‘เข้าถึงข้อมูลข่าวสาร’ และสามารถสร้างมูลค่าจากข้อมูลข่าวสารได้มากกว่าผู้เล่นทุกคน ดังนั้นหากขาดการออกแบบที่ดีเศรษฐกิจแบบแพลตฟอร์มอาจเกิดความไม่สมมาตรของข้อมูลข่าวสารแบบใหม่ขึ้น นั่นคือความไม่สมมาตรระหว่างผู้เล่นกับผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม

 

ความไม่สมมาตรแบบใหม่นี้ทำให้ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มมีอำนาจตลาดมากเกินไป และอาจบิดเบือนกลไกการจัดสรรทรัพยากรตามกลไกตลาด จนทำให้เศรษฐกิจแบบแพลตฟอร์มไม่สามารถให้ผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจที่ดีที่สุดต่อสังคม เช่น ผู้ขายรายใหญ่อาจจ้างผู้ให้บริการแพลตฟอร์มหยิบสินค้าของตนขึ้นมาเป็นตัวเลือกแรกในผลการค้นหาทั้งที่ไม่ใช่สินค้าที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่สุด หรืออาจจ้างผู้ให้บริการแพลตฟอร์มให้บิดเบือนคะแนนความพึงพอใจในสินค้า

 

ปัญหาความไม่สมมาตรของข้อมูลข่าวสารระหว่างผู้เล่นกับผู้ให้บริการแพลตฟอร์มมีวิธีการแก้ไข 2 วิธี ได้แก่

1. การกำกับดูแลภายในแพลตฟอร์มแบบ Open Governance กล่าวคือมีการเปิดเผยข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการเข้าถึงข้อมูล และการใช้งานข้อมูลในการจับคู่ผู้ซื้อและผู้ขายอย่างโปร่งใส และเปิดโอกาสให้ผู้เล่นในแพลตฟอร์มมีส่วนร่วมในการตรวจสอบและกำกับดูแลให้การจัดสรรทรัพยากรบนแพลตฟอร์มเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้เล่น สำหรับแพลตฟอร์มเถาเป่าก็นำ Open Governance มาใช้เช่นกัน โดยแบ่งหลักการกำกับออกเป็น 6 ประการ ได้แก่ การออกแบบระบบและการตั้งกฎที่เหมาะสม, การประสานงานกับภาครัฐ, การประสานงานกับผู้เล่น, การเปิดช่องทางรับฟังความคิดเห็นจากผู้เล่น, การเล็งให้เห็นปัญหาและป้องกันไว้ล่วงหน้า และการให้ความรู้เกี่ยวกับกลไกการทำงานของแพลตฟอร์มกับผู้เล่น

See also  Bangkok Air Pollution: Authorities to make it rain to fight pollution | air pollution in bangkok 2019 | ข่าวการลงทุนที่มาแรงที่สุดในวันนี้

2. การส่งเสริมให้เกิดการแข่งขันระหว่างแพลตฟอร์มดิจิทัล โดยการแข่งขันจะจูงใจผู้ให้บริการแพลตฟอร์มดำเนินธุรกิจอย่างมีคุณภาพ นอกจากนี้การแข่งขันยังช่วยเกลี่ยและคานอำนาจตลาดของผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม จึงป้องกันไม่ให้เกิดการผูกขาดซึ่งนำไปสู่การจัดสรรทรัพยากรที่ด้อยประสิทธิภาพ


บทบาทของภาครัฐในการสร้างระบบเศรษฐกิจแบบแพลตฟอร์ม คือ ผู้เขียนกฎและผู้สนับสนุน

ในระบบเศรษฐกิจแบบแพลตฟอร์มภาครัฐจะมีบทบาทน้อยลง เพราะต้องยอมรับว่าภาคเอกชนมีเทคโนโลยีและความรู้ความเข้าใจมากกว่าในการสร้างและการกำกับดูแลการทำงานของแพลตฟอร์มของตนเอง นอกจากนี้การแทรกแซงที่มากเกินไปอาจขัดขวางการเติบโตหรือบิดเบือนกลไกตลาดของเศรษฐกิจแบบแพลตฟอร์มได้

แล้วภาครัฐจะมีบทบาทอย่างไร บทบาทของภาครัฐในเศรษฐกิจแบบแพลตฟอร์มมี 2 รูปแบบ ได้แก่

1. ‘ผู้เขียนกฎ’ เศรษฐกิจแบบแพลตฟอร์มจำเป็นต้องมีโครงสร้างเชิงสถาบันในระดับมหภาคที่กำกับให้เศรษฐกิจทำงานได้ และสร้างแรงจูงใจให้คนในระบบเศรษฐกิจดำเนินกิจกรรมที่นำไปสู่ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดสำหรับทุกคนในสังคม จากประสบการณ์ต่างประเทศ ภาครัฐจะมีบทบาทมากในการเขียนกฎที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานและแลกเปลี่ยนข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเป็นระบบและปลอดภัย เช่น การออกกฎและพัฒนากฎ The General Data Protection Regulation 2016/679 ในสหภาพยุโรป นอกจากนี้ภาครัฐจะมีบทบาทในการวางเงื่อนไขทางกฎหมายที่ส่งเสริมการแข่งขันระหว่างแพลตฟอร์ม

2. ‘ผู้สนับสนุน’ โดยเฉพาะการสนับสนุนผ่านการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นเงื่อนไขจำเป็นต่อการสร้างเศรษฐกิจแบบแพลตฟอร์ม นอกจากนี้ภาครัฐยังมีบทบาทเป็น ‘ผู้มองภาพรวม’ เพื่อเติมเต็มช่องว่างภายในเศรษฐกิจแบบแพลตฟอร์มให้เป็นระบบนิเวศที่มีความสมบูรณ์ขึ้น

ภาครัฐจะสามารถสนับสนุนเศรษฐกิจแบบแพลตฟอร์มได้อย่างมีคุณภาพหากทำงานร่วมกับภาคเอกชน โดยภาคเอกชนมีความรู้ความเข้าใจถึงแนวโน้มทางเศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยี ขณะที่ภาครัฐมีเครื่องมือในการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพและเครื่องมือทางการคลัง

 

จากตัวอย่างของหมู่บ้านเถาเป่า เราสามารถแบ่งการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานออกเป็น 3 ระยะ

 

ระยะแรก ภาครัฐควรเป็นคน ‘เริ่ม’ ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพภายใต้คำแนะนำของภาคเอกชน

 

ระยะที่สอง คือการสร้าง ‘ชุมชน’ ที่ขับเคลื่อนด้วยเศรษฐกิจแบบแพลตฟอร์ม โดยภาคเอกชนจะมีบทบาทมากขึ้นในการนำเทคโนโลยีสารสนเทศเข้าสู่ท้องถิ่น และเตรียมความพร้อมของประชาชนโดยการให้ความรู้และพัฒนาทักษะ

 

ระยะที่สาม เมื่อชุมชนเติบโตถึงระดับหนึ่งแล้ว ภาครัฐจะกลับเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในการ ‘มองภาพรวม’ ว่าจะเติมเต็มและเชื่อมต่อชุมชนเข้าหากันจนเป็นระบบนิเวศที่สมบูรณ์ได้อย่างไร ภาครัฐจะมีบทบาทในการสร้างเครือข่ายธุรกิจ ดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากภายนอก และสนับสนุนให้คนหนุ่มสาวที่มีศักยภาพย้ายถิ่นฐานกลับมาขับเคลื่อนเศรษฐกิจแบบแพลตฟอร์มในภูมิลำเนาของตน

 

นอกจากนี้ระบบภาษีจะเป็นเครื่องมือที่สำคัญของภาครัฐ จากประสบการณ์ต่างประเทศ ภาครัฐสามารถออกแบบระบบภาษีที่ตอบโจทย์สองประการไปพร้อมๆ กัน คือ 1. สร้างรายได้เพียงพอสำหรับการลงทุน 2. จูงใจให้เกิดการเปลี่ยนผ่านจากเศรษฐกิจแบบดั้งเดิมไปเป็นเศรษฐกิจแพลตฟอร์ม เช่น การให้แรงจูงใจทางภาษีกับธุรกิจขนาดเล็กในการพัฒนานวัตกรรมหรือฝึกทักษะแรงงาน ในขณะเดียวกันก็เก็บภาษีเพิ่มขึ้นกับธุรกิจขนาดใหญ่ที่พยายามรักษาอำนาจตลาดและขัดขวางการเปลี่ยนผ่าน 

 

เทคโนโลยีแพลตฟอร์มดิจิทัลจะช่วยพัฒนาประสิทธิภาพและคุณภาพของการให้บริการสาธารณะ

นอกจากบทบาทข้างต้น ภาครัฐยังสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีแพลตฟอร์มดิจิทัลในการพัฒนาการให้บริการสาธารณะ โดยเราเริ่มเห็นภาครัฐในกลุ่มประเทศรายได้สูงนำ ‘แนวคิดแบบแพลตฟอร์ม’ มาประยุกต์ใช้ในการให้บริการสาธารณะมากขึ้น แนวคิดดังกล่าวมีชื่อว่า Government as a Platform

Government as a Platform (GaaP) หมายถึงแนวคิดที่ภาครัฐทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มเชื่อมต่อระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน โดยแพลตฟอร์มภาครัฐจะทำหน้าที่เป็น ‘Open Standard’ สำหรับการสร้างและแลกเปลี่ยนข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการสาธารณะระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชน ระหว่างหน่วยงานรัฐ หรือระหว่างภาคเอกชนด้วยกันเอง ซึ่งจะช่วยให้เกิดการไหลเวียนอย่างสมบูรณ์ของข้อมูลสารสนเทศเพื่อการบริการสาธารณะ และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ข้อมูลเพื่อการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจ

 

ตัวอย่างของ GaaP ที่มีชื่อเสียงมากคือ e-Estonia ของประเทศเอสโตเนีย ซึ่งรองรับบริการกว่า 99% ของบริการสาธารณะทั้งหมด นับตั้งแต่ระบบทะเบียนราษฎร์ ระบบประกันสังคม ไปจนถึงการให้บริการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยรัฐบาลเอสโตเนียประเมินว่า e-Estonia สามารถช่วยประหยัดเวลาในการทำงานลงได้ถึง 844 ปีเมื่อเทียบกับการให้บริการสาธารณะรูปแบบเดิม

องค์ประกอบสำคัญของ e-Estonia คือ Government Cloud ซึ่งเป็นระบบจัดเก็บและให้บริการการแลกเปลี่ยนข้อมูลประชากรและการเข้ารับบริการสาธารณะ โดย Government Cloud เป็นรากฐานของระบบการยืนยันตัวตน e-Identity ที่เปิดให้ครัวเรือนสร้างและเข้าถึงข้อมูลทะเบียนราษฎร์อย่างสะดวกรวดเร็ว ขณะเดียวกันก็เปิดให้ภาคธุรกิจสามารถใช้ข้อมูลในการดำเนินธุรกิจตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ Government Cloud ยังเชื่อมต่อเข้ากับระบบจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท e-Business Register ระบบภาษี e-Tax และระบบการธนาคารและการชำระเงิน e-Banking ซึ่งรัฐบาลเอสโตเนียประเมินว่าธุรกิจสามารถจดทะเบียนบริษัทได้ภายในเวลา 3 ชั่วโม

 

จงสร้างกังหันเพื่อต้อนรับกระแสลมแห่งการเปลี่ยนแปลง

สุภาษิตจีน

แพลตฟอร์มดิจิทัลคือ ‘ลมแห่งการเปลี่ยนแปลง’ ที่จะมาถึงเศรษฐกิจไทยในไม่ช้า เศรษฐกิจแบบแพลตฟอร์มสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยและกระจายผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจอย่างทั่วถึง หากเราลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยี เตรียมคนและวางโครงสร้างเชิงสถาบันที่เหมาะสม เปรียบเสมือนกับ ‘การสร้างกังหันลม’ ที่เป็นพลังงานขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจไทยให้เติบโตได้อย่างทั่วถึงมากขึ้น ในทางตรงกันข้ามหากเราปฏิเสธการเปลี่ยนแปลง ยึดติดอยู่กับรูปแบบการดำเนินชีวิตแบบเดิม หรือยึดโยงอยู่กับระบบเศรษฐกิจแบบเดิม เรากำลัง ‘สร้างกำแพงกันลม’ ซึ่งขวางกั้นโอกาสในการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้น

 

ภาครัฐจะเป็นตัวแปรสำคัญที่กำหนดชะตาของเศรษฐกิจแบบแพลตฟอร์ม หากเราตระหนักและปรับเปลี่ยนบทบาทของตนให้เหมาะสมภายใต้กระแสลมที่เปลี่ยนแปลงไป ผมเชื่อว่าเศรษฐกิจแบบแพลตฟอร์มจะสร้างคุณประโยชน์ต่อประเทศไทย และช่วยให้คนไทยได้รับ ‘โอกาส’ ในการเติบโตได้อย่างเท่าเทียม

 

พิสูจน์อักษร: ชนเนตร ลอยครุฑ

อ้างอิง:

  • https://blogs.worldbank.org/eastasiapacific/china-s-taobao-villages-e-commerce-one-way-bring-new-jobs-and-business-opportunities-rural-areas

  • Poverty and Equity Global Practice Working Paper Series;no. 198 Washington, D.C. : World Bank Group. http://documents.worldbank.org/curated/en/839451555093213522/E-Commerce-Participation-and-Household-Income-Growth-in-Taobao-Villages

  • Zeng, Yiwu, Fu Jia, Li Wan, and Hongdong Guo. 2015. “Study on the formation of Taobao Village:

  • taking Dongfeng village and Junpu village as examples.”

    552(35): http://jtp.global.cnki.net/bilingual/detail/html/JJDL201512013

  • https://eur-lex.europa.eu/eli/reg/2016/679/oj

  • https://e-estonia.com/solutions/e-governance/

[NEW] เศรษฐกิจแบบแพลตฟอร์ม ออกแบบอย่างไรให้เติบโตดีและทั่วถึง – THE STANDARD | การ ตลาด สินค้า เกษตร หมาย ถึง – Sathyasaith

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจแบบแพลตฟอร์มได้เข้ามามีบทบาทในการดำเนินชีวิตของเรามากขึ้น ผู้อ่านหลายท่านคงมีโอกาสได้ซื้อสินค้าและบริการที่หลากหลายจากแพลตฟอร์มดิจิทัล ขณะที่อีกหลายท่านที่เป็นผู้ประกอบการก็น่าจะเริ่มเห็นประโยชน์ของแพลตฟอร์มดิจิทัลในการเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนในการผลิต การขาย และการขนส่ง

 

คำถามที่สำคัญคือเราจะกระจายผลประโยชน์จากเศรษฐกิจแบบแพลตฟอร์มให้กับทุกคนอย่างทั่วถึงและเท่าเทียมกันได้หรือไม่ อย่างไร คำตอบคือ ‘ทำได้’ ผมมีตัวอย่างของหมู่บ้านเถาเป่า (Taobao Villages) มาเล่าให้ฟัง

 

ชื่อหมู่บ้านเถาเป่ามาจากชื่อของแพลตฟอร์มเถาเป่า (Taobao) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซรายใหญ่ของจีน หมู่บ้านเถาเป่าส่วนใหญ่เป็นหมู่บ้านชนบทที่กระจายอยู่ทั่วประเทศจีน โดยเฉพาะในมณฑลทางตะวันออกของจีน เช่น เจ้อเจียง กวางตุ้ง และเจียงซู ความพิเศษของหมู่บ้านชนบทเหล่านี้คือชาวบ้านเป็นผู้ขายและ/หรือผู้ซื้อสินค้าและบริการบนแพลตฟอร์ม Taobao.com และ Tmall.com โดยหมู่บ้านที่จัดเป็นหมู่บ้านเถาเป่ามีผู้ประกอบการรายย่อยที่ขายสินค้าบนแพลตฟอร์มเถาเป่ามากกว่า 100 ราย และสร้างรายได้จากการขายรวมกันสูงกว่า 10 ล้านหยวนต่อปี โดยรายงานของธนาคารโลกระบุว่า ณ สิ้นปี 2018 มีหมู่บ้านเถาเป่าเกิดขึ้นแล้วเป็นจำนวนกว่า 3,202 แห่ง และมีผู้ประกอบการบนแพลตฟอร์มกว่า 660,000 ราย

 

หมู่บ้านเถาเป่าสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นได้เข้าถึงตลาดขนาดใหญ่ที่มีผู้ซื้อจำนวนมหาศาลทั้งในจีนและในต่างประเทศ มีกรณีศึกษาจากเกษตรกรผู้ปลูกกีวีในมณฑลกุ้ยโจว ซึ่งสามารถขายผลผลิตได้ในราคาสูงขึ้นและได้ส่งออกกีวีไปขายในยุโรปด้วย ขณะที่ความต้องการซื้อสินค้าและบริการที่เพิ่มขึ้นก็ทำให้เกิดการผลิตและการจ้างงานภายในท้องถิ่น จนพัฒนาไปเป็นระบบนิเวศการผลิตที่มีความสมบูรณ์ขึ้น กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นทำให้คนในพื้นที่ชนบทสามารถเลือกทำงานในท้องถิ่นของตน ไม่ต้องย้ายถิ่นฐานไปหางานในเมืองใหญ่ด้วยความยากลำบาก เห็นได้จากกรณีศึกษาจากมณฑลเจียงซู ซึ่งมีผู้ประกอบการรุ่นหนุ่มสาวเดินทางกลับมาทำงานในภูมิลำเนาและสร้างรายได้เทียบเท่ากับการย้ายไปทำงานในเมืองใหญ่ นอกจากนี้คนในท้องถิ่นก็สามารถซื้อสินค้าที่หลากหลายได้ง่ายขึ้นและราคาถูกล

 

หมู่บ้านเถาเป่าเป็นตัวอย่างของโมเดลเศรษฐกิจแบบแพลตฟอร์มที่ ‘ระบบตลาดยุคใหม่’ ช่วยกระจายกิจกรรมทางเศรษฐกิจ รายได้และการจ้างงานไปให้กับผู้มีรายได้น้อยในพื้นที่ห่างไกล และถือเป็นต้นแบบในการลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจที่เห็นผลจริง คำถามคือเราจะสร้างเศรษฐกิจแบบแพลตฟอร์มที่ประสบความสำเร็จเหมือนหมู่บ้านเถาเป่าได้อย่างไร อะไรคือปัจจัยที่เอื้อให้ระบบตลาดทำงานและกระจายผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจให้กับทุกคนอย่างทั่วถึง และภาครัฐมีบทบาทอย่างไรในการสร้างเศรษฐกิจแบบแพลตฟอร์มที่ดี เราจะมาหาคำตอบร่วมกันในบทความฉบับนี้

 

ระบบนิเวศของเศรษฐกิจแบบแพลตฟอร์ม

เศรษฐกิจแบบแพลตฟอร์มมีองค์ประกอบอะไรบ้าง แต่ละองค์ประกอบทำงานเชื่อมโยงกันอย่างไร ภายในแพลตฟอร์มหนึ่งๆ ควรมีระบบนิเวศที่สมบูรณ์อันประกอบไปด้วย

1. ผู้เล่น หมายถึงผู้ซื้อและผู้ขายซึ่งดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล
2. ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มซึ่งเป็นผู้สร้างและดูแลการทำงานของแพลตฟอร์มดิจิทัล
3. ผู้ให้บริการสนับสนุนที่เข้ามาเติมเต็มการทำงานของแพลตฟอร์มให้สมบูรณ์ เช่น ผู้ให้บริการด้านการเก็บและประมวลข้อมูล ผู้ให้บริการทางการเงินและการชำระเงิน และผู้ให้บริการขนส่ง

 

เศรษฐกิจแบบแพลตฟอร์มเกิดขึ้นจากแพลตฟอร์มหลายประเภทที่มาเชื่อมต่อและทำงานร่วมกัน แต่ละแพลตฟอร์มมีหน้าที่แตกต่างกัน เช่น แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซเป็นตลาดซื้อขายสินค้าและบริการ แพลตฟอร์มตลาดแรงงานจับคู่แรงงานกับผู้ผลิต และแพลตฟอร์มทางการเงินให้บริการชำระเงินและเป็นตัวกลางให้เกิดการโยกย้ายทรัพยากรทางการเงิน ฯลฯ แพลตฟอร์มจะเชื่อมต่อกันจนกลายเป็นระบบนิเวศทางเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่มีการไหลเวียนของข้อมูลข่าวสาร และการแลกเปลี่ยนทรัพยากรทางเศรษฐกิจที่สมบูรณ์และมีประสิทธิภาพ

 

องค์ประกอบสำคัญที่ทำให้เกิดเศรษฐกิจแบบแพลตฟอร์มและเอื้อให้แพลตฟอร์มดิจิทัลสามารถทำงานได้อย่างเป็นปกติและมีคุณภาพ คือ ‘โครงสร้างพื้นฐาน’ ซึ่งประกอบไปด้วย ‘โครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพ’ และ ‘โครงสร้างพื้นฐานเชิงสถาบัน’ โครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพหมายรวมถึงโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีไปจนถึงอุปกรณ์สื่อสารสารสนเทศในมือของผู้เล่น ขณะที่โครงสร้างพื้นฐานเชิงสถาบัน คือ Rules of the Game ที่กำกับปฏิสัมพันธ์และการแลกเปลี่ยนมูลค่าทางเศรษฐกิจระหว่างผู้เล่นบนแพลตฟอร์ม ซึ่งหมายรวมถึงกฎเกณฑ์การทำงานของแพลตฟอร์ม วิธีการที่ผู้เล่นเข้าสู่และใช้งานแพลตฟอร์ม ตลอดจนการจัดสรรผลประโยชน์จากมูลค่าเพิ่มที่ถูกสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม

 

 

โครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพ: เตรียมเทคโนโลยีและคนให้พร้อม

โครงสร้างพื้นฐานมีความสำคัญมาก เสมือนกับเสาเข็มของเศรษฐกิจแบบแพลตฟอร์ม งานศึกษาของ Zeng, Jia, Wan, and Guo (2015) อธิบายว่าการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพเป็นขั้นตอนแรกในการสร้างหมู่บ้านเถาเป่า การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในเทคโนโลยีสารสนเทศและเทคโนโลยีการจัดการข้อมูล เช่น การลงทุนในเครือข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง การส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และการลงทุนในเทคโนโลยีในการเก็บและประมวลผลข้อมูล

 

นอกจากการลงทุนในเทคโนโลยีแล้ว การลงทุนในทุนมนุษย์ก็สำคัญเช่นกัน โดยการลงทุนควรมีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนให้ครัวเรือนและธุรกิจเปลี่ยนผ่านจากเศรษฐกิจแบบดั้งเดิมไปเป็นเศรษฐกิจแบบแพลตฟอร์ม เราไม่ควรปกป้องโมเดลธุรกิจแบบเดิม แต่ควรเอื้อให้ครัวเรือนและธุรกิจเปลี่ยนความคิดและวิธีการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจ เพื่อที่จะสามารถสร้างตัวและเติบโตได้ในเศรษฐกิจแบบแพลตฟอร์ม การลงทุนในทุนมนุษย์ประกอบไปด้วยการส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงและใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างทั่วถึง การส่งเสริมทักษะและองค์ความรู้ในการใช้งานเทคโนโลยีในชีวิตประจำวันและการดำเนินธุรกิจบนแพลตฟอร์มดิจิทัล

 

โครงสร้างพื้นฐานเชิงสถาบัน: ออกแบบแพลตฟอร์มให้กระจายผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจอย่างสมดุล

โครงสร้างพื้นฐานเชิงสถาบันมีความสำคัญมากต่อการทำงานของเศรษฐกิจแบบแพลตฟอร์ม องค์ประกอบสำคัญของเศรษฐกิจแบบแพลตฟอร์มคือ ‘ข้อมูล’ ดังนั้น แพลตฟอร์มจำเป็นต้องมีโครงสร้างเชิงสถาบันที่กำกับการสร้าง การใช้งานและการแลกเปลี่ยนข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเหมาะสม เพื่อปกป้องสิทธิประโยชน์และสร้างความเชื่อมั่นของคนที่ก้าวเข้าสู่เศรษฐกิจแบบแพลตฟอร์ม โดยโครงสร้างเชิงสถาบันควรครอบคลุมประเด็นเกี่ยวกับการยืนยันตัวตน และการดูแลรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลไม่ให้มีการนำไปใช้ในทางที่ผิด

 

นอกจากนี้ การออกแบบเศรษฐกิจแบบแพลตฟอร์มยังต้องคำนึงความเสี่ยงและความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นจากความผิดพลาดของเทคโนโลยีสารสนเทศและการจัดการข้อมูล ลักษณะของความเสี่ยงบนแพลตฟอร์มดิจิทัลมีความแตกต่างจากเศรษฐกิจแบบดั้งเดิม เพราะความสูญเสียสามารถเกิดขึ้นได้เร็วและกระจายออกไปในวงกว้าง การออกแบบเศรษฐกิจแบบแพลตฟอร์มจึงต้องคำนึงถึงธรรมชาติของความเสี่ยงและวางแผนรองรับเอาไว้ล่วงหน้า ปัจจุบันเรามีความพร้อมมากขึ้นในการบริหารความเสี่ยงบนเศรษฐกิจแบบแพลตฟอร์ม เรามีเทคโนโลยีและองค์ความรู้ในการติดตามและบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพขึ้น ทั้งผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่สามารถออกแบบให้เหมาะสมกับความเสี่ยงได้มากขึ้น อีกทั้งยังมีตลาดรองรับการซื้อขายสัญญาประกันภัยที่ลึกขึ้นอีกด้วย

 

จากบทความฉบับที่แล้ว ผมได้ชี้ให้เห็นว่าเศรษฐกิจแบบแพลตฟอร์มมีกลไกที่ส่งเสริมการกระจายมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างสมดุล เนื่องจากแพลตฟอร์มดิจิทัลมีข้อมูลข่าวสารที่สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น จึงไม่มีผู้เล่นคนใดสามารถใช้ประโยชน์จากความไม่สมมาตรของข้อมูลในการโยกย้ายผลประโยชน์ที่อีกฝ่ายพึงได้มาเป็นของตน (การใช้ประโยชน์จากความไม่สมมาตรของข้อมูล เช่น ผู้ขายคนหนึ่งขายสินค้าราคาสูงเกินมูลค่าที่แท้จริงได้ เพราะผู้ซื้อไม่รู้ว่ามีทางเลือกอื่นที่ถูกและดีกว่า) ดังนั้นเศรษฐกิจแบบแพลตฟอร์มจึงควรเอื้อให้เกิดการจัดสรรทรัพยากรที่มีประสิทธิภาพ

 

อย่างไรก็ดี ผู้เล่นต้องอาศัยแพลตฟอร์มเป็นตัวกลางในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลจึง ‘เข้าถึงข้อมูลข่าวสาร’ และสามารถสร้างมูลค่าจากข้อมูลข่าวสารได้มากกว่าผู้เล่นทุกคน ดังนั้นหากขาดการออกแบบที่ดีเศรษฐกิจแบบแพลตฟอร์มอาจเกิดความไม่สมมาตรของข้อมูลข่าวสารแบบใหม่ขึ้น นั่นคือความไม่สมมาตรระหว่างผู้เล่นกับผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม

 

ความไม่สมมาตรแบบใหม่นี้ทำให้ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มมีอำนาจตลาดมากเกินไป และอาจบิดเบือนกลไกการจัดสรรทรัพยากรตามกลไกตลาด จนทำให้เศรษฐกิจแบบแพลตฟอร์มไม่สามารถให้ผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจที่ดีที่สุดต่อสังคม เช่น ผู้ขายรายใหญ่อาจจ้างผู้ให้บริการแพลตฟอร์มหยิบสินค้าของตนขึ้นมาเป็นตัวเลือกแรกในผลการค้นหาทั้งที่ไม่ใช่สินค้าที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่สุด หรืออาจจ้างผู้ให้บริการแพลตฟอร์มให้บิดเบือนคะแนนความพึงพอใจในสินค้า

 

ปัญหาความไม่สมมาตรของข้อมูลข่าวสารระหว่างผู้เล่นกับผู้ให้บริการแพลตฟอร์มมีวิธีการแก้ไข 2 วิธี ได้แก่

1. การกำกับดูแลภายในแพลตฟอร์มแบบ Open Governance กล่าวคือมีการเปิดเผยข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการเข้าถึงข้อมูล และการใช้งานข้อมูลในการจับคู่ผู้ซื้อและผู้ขายอย่างโปร่งใส และเปิดโอกาสให้ผู้เล่นในแพลตฟอร์มมีส่วนร่วมในการตรวจสอบและกำกับดูแลให้การจัดสรรทรัพยากรบนแพลตฟอร์มเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้เล่น สำหรับแพลตฟอร์มเถาเป่าก็นำ Open Governance มาใช้เช่นกัน โดยแบ่งหลักการกำกับออกเป็น 6 ประการ ได้แก่ การออกแบบระบบและการตั้งกฎที่เหมาะสม, การประสานงานกับภาครัฐ, การประสานงานกับผู้เล่น, การเปิดช่องทางรับฟังความคิดเห็นจากผู้เล่น, การเล็งให้เห็นปัญหาและป้องกันไว้ล่วงหน้า และการให้ความรู้เกี่ยวกับกลไกการทำงานของแพลตฟอร์มกับผู้เล่น

2. การส่งเสริมให้เกิดการแข่งขันระหว่างแพลตฟอร์มดิจิทัล โดยการแข่งขันจะจูงใจผู้ให้บริการแพลตฟอร์มดำเนินธุรกิจอย่างมีคุณภาพ นอกจากนี้การแข่งขันยังช่วยเกลี่ยและคานอำนาจตลาดของผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม จึงป้องกันไม่ให้เกิดการผูกขาดซึ่งนำไปสู่การจัดสรรทรัพยากรที่ด้อยประสิทธิภาพ


บทบาทของภาครัฐในการสร้างระบบเศรษฐกิจแบบแพลตฟอร์ม คือ ผู้เขียนกฎและผู้สนับสนุน

ในระบบเศรษฐกิจแบบแพลตฟอร์มภาครัฐจะมีบทบาทน้อยลง เพราะต้องยอมรับว่าภาคเอกชนมีเทคโนโลยีและความรู้ความเข้าใจมากกว่าในการสร้างและการกำกับดูแลการทำงานของแพลตฟอร์มของตนเอง นอกจากนี้การแทรกแซงที่มากเกินไปอาจขัดขวางการเติบโตหรือบิดเบือนกลไกตลาดของเศรษฐกิจแบบแพลตฟอร์มได้

แล้วภาครัฐจะมีบทบาทอย่างไร บทบาทของภาครัฐในเศรษฐกิจแบบแพลตฟอร์มมี 2 รูปแบบ ได้แก่

1. ‘ผู้เขียนกฎ’ เศรษฐกิจแบบแพลตฟอร์มจำเป็นต้องมีโครงสร้างเชิงสถาบันในระดับมหภาคที่กำกับให้เศรษฐกิจทำงานได้ และสร้างแรงจูงใจให้คนในระบบเศรษฐกิจดำเนินกิจกรรมที่นำไปสู่ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดสำหรับทุกคนในสังคม จากประสบการณ์ต่างประเทศ ภาครัฐจะมีบทบาทมากในการเขียนกฎที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานและแลกเปลี่ยนข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเป็นระบบและปลอดภัย เช่น การออกกฎและพัฒนากฎ The General Data Protection Regulation 2016/679 ในสหภาพยุโรป นอกจากนี้ภาครัฐจะมีบทบาทในการวางเงื่อนไขทางกฎหมายที่ส่งเสริมการแข่งขันระหว่างแพลตฟอร์ม

2. ‘ผู้สนับสนุน’ โดยเฉพาะการสนับสนุนผ่านการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นเงื่อนไขจำเป็นต่อการสร้างเศรษฐกิจแบบแพลตฟอร์ม นอกจากนี้ภาครัฐยังมีบทบาทเป็น ‘ผู้มองภาพรวม’ เพื่อเติมเต็มช่องว่างภายในเศรษฐกิจแบบแพลตฟอร์มให้เป็นระบบนิเวศที่มีความสมบูรณ์ขึ้น

ภาครัฐจะสามารถสนับสนุนเศรษฐกิจแบบแพลตฟอร์มได้อย่างมีคุณภาพหากทำงานร่วมกับภาคเอกชน โดยภาคเอกชนมีความรู้ความเข้าใจถึงแนวโน้มทางเศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยี ขณะที่ภาครัฐมีเครื่องมือในการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพและเครื่องมือทางการคลัง

 

จากตัวอย่างของหมู่บ้านเถาเป่า เราสามารถแบ่งการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานออกเป็น 3 ระยะ

 

ระยะแรก ภาครัฐควรเป็นคน ‘เริ่ม’ ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพภายใต้คำแนะนำของภาคเอกชน

 

ระยะที่สอง คือการสร้าง ‘ชุมชน’ ที่ขับเคลื่อนด้วยเศรษฐกิจแบบแพลตฟอร์ม โดยภาคเอกชนจะมีบทบาทมากขึ้นในการนำเทคโนโลยีสารสนเทศเข้าสู่ท้องถิ่น และเตรียมความพร้อมของประชาชนโดยการให้ความรู้และพัฒนาทักษะ

 

ระยะที่สาม เมื่อชุมชนเติบโตถึงระดับหนึ่งแล้ว ภาครัฐจะกลับเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในการ ‘มองภาพรวม’ ว่าจะเติมเต็มและเชื่อมต่อชุมชนเข้าหากันจนเป็นระบบนิเวศที่สมบูรณ์ได้อย่างไร ภาครัฐจะมีบทบาทในการสร้างเครือข่ายธุรกิจ ดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากภายนอก และสนับสนุนให้คนหนุ่มสาวที่มีศักยภาพย้ายถิ่นฐานกลับมาขับเคลื่อนเศรษฐกิจแบบแพลตฟอร์มในภูมิลำเนาของตน

 

นอกจากนี้ระบบภาษีจะเป็นเครื่องมือที่สำคัญของภาครัฐ จากประสบการณ์ต่างประเทศ ภาครัฐสามารถออกแบบระบบภาษีที่ตอบโจทย์สองประการไปพร้อมๆ กัน คือ 1. สร้างรายได้เพียงพอสำหรับการลงทุน 2. จูงใจให้เกิดการเปลี่ยนผ่านจากเศรษฐกิจแบบดั้งเดิมไปเป็นเศรษฐกิจแพลตฟอร์ม เช่น การให้แรงจูงใจทางภาษีกับธุรกิจขนาดเล็กในการพัฒนานวัตกรรมหรือฝึกทักษะแรงงาน ในขณะเดียวกันก็เก็บภาษีเพิ่มขึ้นกับธุรกิจขนาดใหญ่ที่พยายามรักษาอำนาจตลาดและขัดขวางการเปลี่ยนผ่าน 

 

เทคโนโลยีแพลตฟอร์มดิจิทัลจะช่วยพัฒนาประสิทธิภาพและคุณภาพของการให้บริการสาธารณะ

นอกจากบทบาทข้างต้น ภาครัฐยังสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีแพลตฟอร์มดิจิทัลในการพัฒนาการให้บริการสาธารณะ โดยเราเริ่มเห็นภาครัฐในกลุ่มประเทศรายได้สูงนำ ‘แนวคิดแบบแพลตฟอร์ม’ มาประยุกต์ใช้ในการให้บริการสาธารณะมากขึ้น แนวคิดดังกล่าวมีชื่อว่า Government as a Platform

Government as a Platform (GaaP) หมายถึงแนวคิดที่ภาครัฐทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มเชื่อมต่อระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน โดยแพลตฟอร์มภาครัฐจะทำหน้าที่เป็น ‘Open Standard’ สำหรับการสร้างและแลกเปลี่ยนข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการสาธารณะระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชน ระหว่างหน่วยงานรัฐ หรือระหว่างภาคเอกชนด้วยกันเอง ซึ่งจะช่วยให้เกิดการไหลเวียนอย่างสมบูรณ์ของข้อมูลสารสนเทศเพื่อการบริการสาธารณะ และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ข้อมูลเพื่อการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจ

 

ตัวอย่างของ GaaP ที่มีชื่อเสียงมากคือ e-Estonia ของประเทศเอสโตเนีย ซึ่งรองรับบริการกว่า 99% ของบริการสาธารณะทั้งหมด นับตั้งแต่ระบบทะเบียนราษฎร์ ระบบประกันสังคม ไปจนถึงการให้บริการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยรัฐบาลเอสโตเนียประเมินว่า e-Estonia สามารถช่วยประหยัดเวลาในการทำงานลงได้ถึง 844 ปีเมื่อเทียบกับการให้บริการสาธารณะรูปแบบเดิม

องค์ประกอบสำคัญของ e-Estonia คือ Government Cloud ซึ่งเป็นระบบจัดเก็บและให้บริการการแลกเปลี่ยนข้อมูลประชากรและการเข้ารับบริการสาธารณะ โดย Government Cloud เป็นรากฐานของระบบการยืนยันตัวตน e-Identity ที่เปิดให้ครัวเรือนสร้างและเข้าถึงข้อมูลทะเบียนราษฎร์อย่างสะดวกรวดเร็ว ขณะเดียวกันก็เปิดให้ภาคธุรกิจสามารถใช้ข้อมูลในการดำเนินธุรกิจตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ Government Cloud ยังเชื่อมต่อเข้ากับระบบจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท e-Business Register ระบบภาษี e-Tax และระบบการธนาคารและการชำระเงิน e-Banking ซึ่งรัฐบาลเอสโตเนียประเมินว่าธุรกิจสามารถจดทะเบียนบริษัทได้ภายในเวลา 3 ชั่วโม

 

จงสร้างกังหันเพื่อต้อนรับกระแสลมแห่งการเปลี่ยนแปลง

สุภาษิตจีน

แพลตฟอร์มดิจิทัลคือ ‘ลมแห่งการเปลี่ยนแปลง’ ที่จะมาถึงเศรษฐกิจไทยในไม่ช้า เศรษฐกิจแบบแพลตฟอร์มสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยและกระจายผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจอย่างทั่วถึง หากเราลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยี เตรียมคนและวางโครงสร้างเชิงสถาบันที่เหมาะสม เปรียบเสมือนกับ ‘การสร้างกังหันลม’ ที่เป็นพลังงานขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจไทยให้เติบโตได้อย่างทั่วถึงมากขึ้น ในทางตรงกันข้ามหากเราปฏิเสธการเปลี่ยนแปลง ยึดติดอยู่กับรูปแบบการดำเนินชีวิตแบบเดิม หรือยึดโยงอยู่กับระบบเศรษฐกิจแบบเดิม เรากำลัง ‘สร้างกำแพงกันลม’ ซึ่งขวางกั้นโอกาสในการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้น

 

ภาครัฐจะเป็นตัวแปรสำคัญที่กำหนดชะตาของเศรษฐกิจแบบแพลตฟอร์ม หากเราตระหนักและปรับเปลี่ยนบทบาทของตนให้เหมาะสมภายใต้กระแสลมที่เปลี่ยนแปลงไป ผมเชื่อว่าเศรษฐกิจแบบแพลตฟอร์มจะสร้างคุณประโยชน์ต่อประเทศไทย และช่วยให้คนไทยได้รับ ‘โอกาส’ ในการเติบโตได้อย่างเท่าเทียม

 

พิสูจน์อักษร: ชนเนตร ลอยครุฑ

อ้างอิง:

  • https://blogs.worldbank.org/eastasiapacific/china-s-taobao-villages-e-commerce-one-way-bring-new-jobs-and-business-opportunities-rural-areas

  • Poverty and Equity Global Practice Working Paper Series;no. 198 Washington, D.C. : World Bank Group. http://documents.worldbank.org/curated/en/839451555093213522/E-Commerce-Participation-and-Household-Income-Growth-in-Taobao-Villages

  • Zeng, Yiwu, Fu Jia, Li Wan, and Hongdong Guo. 2015. “Study on the formation of Taobao Village:

  • taking Dongfeng village and Junpu village as examples.”

    552(35): http://jtp.global.cnki.net/bilingual/detail/html/JJDL201512013

  • https://eur-lex.europa.eu/eli/reg/2016/679/oj

  • https://e-estonia.com/solutions/e-governance/


ทำการตลาดสินค้าเกษตร | รายการ innovative wisdom


สินค้าเกษตร เช่น ข้าว ผัก ผลไม้ ที่ไหนๆ ก็เหมือนกัน จะทำการตลาดให้แตกต่างได้ยังไง มีวิธีนำเสนอคุณค่าของสินค้าเราให้ลูกค้าเข้าใจยังไงดี มีวิธีไหนให้แบรนด์สินค้าเกษตรของเราเป็นที่จดจำ วิธีทำเพื่อให้ลูกค้ามั่นใจคุณภาพสินค้าเกษตรได้
มาดูตัวอย่างเทคนิคการทำการตลาดสินค้าเกษตรของคนญี่ปุ่น
• กล้วย จะขายผลไม้ที่ดูธรรมดาให้มีราคาได้ยังไง
• มะม่วง ทำยังไงถึงเพิ่มมูลค่าให้มะม่วงได้
• ไข่ไก่ ไข่ของฟาร์มเราไม่สามารถหาได้ตามซูเปอร์มาร์เก็ต
.
website: https://curadio.chula.ac.th/ProgramDetail.php?id=9684
.
รายการ InnovativeWisdom วันจันทร์ศุกร์ 9.009.30 น.
ผศ.ดร.กฤตินี พงษ์ธนเลิศ ภาควิชาการตลาด คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ออกอากาศวันที่ 22/5/2563 สถานีวิทยุจุฬาฯ FM 101.5 MHz

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูเพิ่มเติม

ทำการตลาดสินค้าเกษตร | รายการ innovative wisdom

วิธีนำผลผลิตทางการเกษตรไปขายที่ตลาดสี่มุมเมือง ไม่ยากอยางที่คิด #เกษตรอารมณ์ดี


พืชผลเกษตร ปลูกแล้วขายที่ไหน ที่นี่มีคำตอบ เกษตรอารมณ์ดี
มือใหม่อยากทำเกษตรแต่ไม่รู้จะขายผลผลิตที่ไหน ชมคลิปนี้มีคำตอบ หมดกังวลเรื่องต้องไปเช่าแผง โดนกดราคาจากพ่อค้าคนกลาง เกษตรกรสามารถตกลงรากับผู้ซื้ได้โดยตรง

วิธีนำผลผลิตทางการเกษตรไปขายที่ตลาดสี่มุมเมือง ไม่ยากอยางที่คิด  #เกษตรอารมณ์ดี

โมดูลที่ 3 ระบบการตลาดสินค้าเกษตร


โมดูลที่ 3 ระบบการตลาดสินค้าเกษตร

เกษตรมิติใหม่ 2564 ep.18 : ศูนย์เรียนรู้การบริหารจัดการสินค้าเกษตร (ตลาดเกษตรกร)


ช่องทางการซื้อขายสินค้าเกษตรคุณภาพในระดับพื้นที่ ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงเกษตรกรผู้ผลิตได้โดยตรง และเกษตรกรได้เรียนรู้ด้านการบริหารจัดการตลาดสินค้าเกษตรอย่างครบวงจร
เกษตรมิติใหม่ กลุ่มพัฒนาสื่อส่งเสริมการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร

เกษตรมิติใหม่ 2564 ep.18 : ศูนย์เรียนรู้การบริหารจัดการสินค้าเกษตร (ตลาดเกษตรกร)

ข่าวดีชาวนาต้องฟัง! \”คลัง\”เพิ่มงบประมาณจ่ายต่อเงินประกันข้าว เกษตรกร (ชาวนา)ได้เงินแน่ไม่เกิน ธ.ค.64


ข่าวดีชาวนาต้องฟัง! \”คลัง\”เพิ่มงบประมาณจ่ายต่อเงินประกันข้าว เกษตรกร (ชาวนา)ได้เงินแน่ไม่เกิน ธ.ค.64
แชร์ข่าวเล่าเรื่อง มาตรการเยียวยา ประกันรายได้ข้าว เยียวยาเกษตรกร

ข่าวดีชาวนาต้องฟัง! \

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูวิธีอื่นๆInvestement

ขอบคุณที่รับชมกระทู้ครับ การ ตลาด สินค้า เกษตร หมาย ถึง

11 thoughts on “[NEW] เศรษฐกิจแบบแพลตฟอร์ม ออกแบบอย่างไรให้เติบโตดีและทั่วถึง – THE STANDARD | การ ตลาด สินค้า เกษตร หมาย ถึง – Sathyasaith”

  1. 186279 516311Interesting point of view. Im curious to feel what type of impact this would have globally? Sometimes folks get a bit upset with global expansion. Ill be around soon to take a look at your response. 23248

    Reply
  2. 640914 989420I discovered your weblog post web website on the search engines and appearance several of your early posts. Always sustain the top notch operate. I additional the Feed to my MSN News Reader. Seeking forward to reading considerably much more on your part down the line! 407872

    Reply
  3. 515161 559971Good to be visiting your weblog once a lot more, it continues to be months for me. Nicely this post that ive been waited for so lengthy. I want this write-up to total my assignment within the university, and it has very same topic together together with your post. Thanks, terrific share. 157206

    Reply
  4. 403990 85592Im often to blogging and i in actual fact respect your content. The piece has actually peaks my interest. Im going to bookmark your content material and preserve checking for brand new info. 123668

    Reply

Leave a Comment