[NEW] Innovation หรือ นวัตกรรม คืออะไร? และมีความหมายว่ายังไงบ้าง | การ พัฒนา นวัตกรรม – Sathyasaith

การ พัฒนา นวัตกรรม: คุณกำลังดูกระทู้

Innovation หรือ นวัตกรรม คืออะไร? เทคโนโลยีกับการทำธุรกิจเป็นของคู่กันมานานแล้ว และความสำคัญนี้ก็เริ่มเยอะขึ้นเรื่อยๆในไม่กี่ปีที่ผ่านมา

ลองคิดดูนะครับ มนุษย์เราใช้เวลาหลายพันปีเพื่อที่จะบินบนท้องฟ้า แต่หลังจากนั้นไม่ถึงห้าสิบปี เราก็สามารถขึ้นไปเดินบนดวงจันทร์ได้แล้ว แต่สิ่งประดิษฐ์และเทคโนโลยีพวกนี้เกี่ยวข้องกับนวัตกรรมยังไงกัน ในบทความนี้เรามาดูกันครับ

Table of Contents

นวัตกรรมคืออะไร? (Innovation)

Innovation หรือ นวัตกรรม คือ กระบวนการสร้างมูลค่าด้วยการตอบโจทย์ความต้องการของตลาดจากวิธีการใหม่ๆ นวัตกรรมเป็นสิ่งที่นำมาปรับใช้กับสินค้า บริการ เทคโนโลยี และโมเดลธุรกิจ เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลง ความสร้างสรรรค์ และมูลค่าที่สามารถผลักดันการเติบโตของสังคมและเศรษฐกิจของประเทศได้

นวัตกรรมเป็นสิ่งที่มีความใหม่แต่ได้ผลดี…และสามารถเจาะตลาดหรือสังคมใหม่ๆได้

เราจะสังเกตุได้ว่าความหมายของ Innovation หรือนวัตกรรมนั้นขึ้นอยู่กับการสร้างคำตอบใหม่สำหรับตลาดหรือสังคมเดิม เราสามารถใช้เกณฑ์สามอย่างนี้เพื่อช่วยตัดสินว่าการเปลี่ยนแปลงหรือกระบวนการนี้เป็นนวัตกรรมหรือเปล่า

  • มันแปลกใหม่หรือเปล่า? (Novel) ความใหม่กับนวัตกรรมเป็นของคู่กัน บางครั้งกระบวนการอาจจะทำให้ระบบดีขึ้นแต่ไม่ใช่อะไรใหม่ เช่นการปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพแทนที่จะเป็นนวัตกรรม
  • แก้ปัญหาที่สำคัญแค่ไหน? (Solution)ความแปลกใหม่ที่ไม่ได้แก้ปัญหาที่สามารถสร้างคุณค่าให้กับตลาด เศรษกิจ หรือสังคมอาจจะเป็นแค่ ‘ศิลปะ’ (Arts) ไม่ใช่ว่าศิลปะไม่มีค่าหรือไม่สำคัญนะครับ แต่ศิลปะส่วนมากไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหา ซึ่งตรงข้ามกับนวัตกรรม
  • สร้างมูลค่ามากแค่ไหน? (Value) ความใหม่ที่ไม่สร้างมูลค่านั้นเรียกว่า ‘สิ่งประดิษฐ์’ (Invention) เราสามารถทำสิ่งประดิษฐ์มาพัฒนาให้มีมูลค่าจนเป็นนวัตกรรมได้ แต่สิ่งประดิษฐ์นั้นต้องผ่านกระบวนการสร้างมูลค่าที่เหมาะกับตลาดหรือกลุ่มลูกค้าก่อน

สิ่งที่ผมอยากให้ทุกคนจำไว้ก็คือ นวัตกรรมเป็น ‘กระบวนการ’ มากกว่าสิ่งของ การสร้างนวัตกรรมอาจจะล้มเหลวได้ แต่ความล้มเหลวก็ไม่ได้ทำให้คุณค่าของกระบวนการในการผลิตนวัตกรรมน้อยลง การมองนวัตกรรมเป็นสิ่งของหรือสิ่งประดิษย์จะทำให้คุณค่าความสำคัญของกระบวนการน้อยลง ซึ่งกระบวนการสร้างนวัตกรรมที่คนพูดถึงบ่อยก็คือ Design Thinking นั่นเอง

คนที่สนใจเรื่อง Design Thinking สามารถอ่านบทความของผมได้ Design Thinking คืออะไร?

อย่างไรก็ตาม นวัตกรรมไม่ได้จำเป็นต้องใช้ในเชิงพาณิชย์เท่านั้น องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรก็สามารถสร้างนวัตกรรมได้เช่นกัน แต่ ‘เกณฑ์’ การตัดสินมูลค่าอาจจะเปลี่ยนไปจากรายได้และกำไรไปเป็นผลกระทบต่อสังคมเป็นต้น

แต่เราไม่อาจจะปฏิเสธได้ว่า ‘การนำนวัตกรรมไปสู่สังคมหรือตลาดหลัก’ เราก็จำเป็นต้องดู ‘ความเป็นไปได้ทางการเงินด้วย’

ลักษณะของนวัตกรรม คืออะไร?

ความหมายของนวัตกรรมนั้นมีหลากหลายและมีการเลือกใช้คำนี้ในหลายกรณีมาก เรามาลองดูลักษะของนวัตกรรมที่คนทั่วไปยอมรับกันครับ

  • การใช้งานที่แปลกใหม่และมีประโยชน์
  • มีความเกี่ยวข้องกับยุคสมัยหรือกลุ่มผู้ใช้
  • เป็นไอเดียที่เยี่ยมยอด ดำเนินการได้ดี และสื่อสารได้อย่างถูกต้อง
  • มีความเป็นไปได้ และ มีความเกี่ยวข้องกับโมเดลธุรกิจปัจจุบัน และ ถูกมองว่ามีคุณค่าในสายตาลูกค้า
  • การแนะนำสินค้าหรือบริการใหม่ที่เพิ่มมูลค่าให้องค์กร
  • สิ่งใหม่ที่แก้ปัญหาให้ลูกค้า รูปแบบของนวัตกรรมไม่สำคัญ
  • กระบวนการและวิธัที่ธุรกิจจะสร้างคุณค่าให้ลูกค้าได้เรื่อยๆ
  • งานที่สร้างสิ่งที่ลูกค้าในตลาดชอบ และสร้างกำไรได้มหาศาล
  • การดำเนินการของอะไรใหม่ๆ
  • การดำเนินการของไอเดียสร้างสรรค์ที่มีคุณค่า
  • อะไรก็ได้ที่ใหม่ มีประโยชน์ และน่าตื่นเต้น

สาเหตุที่เราเรียกสิ่งพวกนี้ว่า ‘ลักษณะ’ ก็เพราะว่าแต่ละข้อสามารถอธิบายนวัตกรรมได้ แต่ไม่มีข้อไหนสามารถอธิบายทุกสิ่งอย่างที่เป็นนวัตกรรมได้ดีเลย ซึ่งโดยส่วนมากแล้ว ลักษณะของ ‘ความใหม่’ และ ‘ความมีประโยชน์’ ก็ยังเป็นจุดเด่นของนวัตกรรมในมุมมองของหลายคน

สรุปก็คือหากเราอยากจะ ‘จัดหมวดหมู่’ ว่าผลิตภัณฑ์ กระบวนการ บริการ องค์กร หรือไอเดียแบบไหนเป็นนวัตกรรม เราก็ต้องดูว่าสิ่งเหล่านี้ตรงกับลักษณะหลายๆอย่างด้านบนมากแค่ไหน

นวัตกรรมมีอะไรบ้าง

หากพูดถึงนวัตกรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในหลายปีที่ผ่านมา เราก็คงไม่ต้องไปหาอะไรไกลเลยครับ มือถือ smart phone เช่นพวก iPhone Android เป็นนวัตกรรมที่เปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคและสามารถสร้างตลาดมูลค่าหลายแสนล้านบาทได้ภายในไม่กี่ปี เรามาลองวิเคราะห์ iPhone ในสมัยที่ออกใหม่ปี 2007 กันดูครับ 

  • iPhone แปลกใหม่หรือเปล่า? iPhone เป็นมือถือที่นอกจากจะสามารถต่ออินเตอร์เนคและมีโปรแกรมรับรองเยอะแล้ว (application) ยังมีวิธีการใช้งาน (user interface) ที่ไม่ว่าใครอายุเท่าไรก็สามารถเข้าใจได้ทันที เป็นมือถือที่เปลี่ยนบทบาทของการใช้ชีวิตของทุกคน 
  • iPhone แก้ปัญหาที่สำคัญแค่ไหน? สิ่งที่แปลกสำหรับ iPhone ก็คือผู้ผลิตสามารถสร้างคำตอบของปัญหาที่คนไม่เคยรู้มาก่อนว่าต้องการ ยกตัวอย่างเช่นเราไม่เคยเข้าใจว่าการมีมือถือเครื่องเดียวที่ทำได้ทุกอย่างเป็นยังไง เราไม่เคยเข้าใจว่าการมีระบบการใช้งานที่เรียบง่ายเป็นยังไง สมัยก่อนยุค iPhone ทุกคนต้องกลับบ้านหรือไปที่ทำงานถึงจะเข้าสู่อินเตอร์เนตได้
  • iPhone สร้างมูลค่ามากแค่ไหน? เราสามารถดูมูลค่าของ iPhone ได้จากความสำเร็จของบริษัท Apple แต่มูลค่าที่แท้จริงมีมากกว่านั้นเยอะมาก การนำโลกเข้าสู่ยุค smartphone ทำให้ตลาดใหม่ๆเช่น Uber Grab หรือแม้แต่ Instagram สามารถเปิดโมเดลธุรกิจใหม่ผ่านทางมือถือเท่านั้นเป็นต้น

ทุกวันนี้นวัตรกรรมที่คนพูดถึงกันเยอะจะเป็นนวัตกรรมเกี่ยวกับเทคโนโลยี แต่ในความเป็นจริงแล้วนวัตกรรมที่ไม่ใช่เทคโนโลยีก็มีอยู่เยอะเช่นกัน การปกครองด้วยประชาธิปไตยก็ถือว่าเป็นนวัตกรรมด้านสังคมและการปกครองในสมัยก่อน ไอศกรีมโซดาโค้กลอยก็คือว่าเป็นนวัตกรรมด้านการอาหารเช่นกัน 

นวัตกรรมมีอะไรบ้าง - iPhone และตัวอย่างของ Innovation หรือ นวัตกรรม

ความสำคัญของนวัตกรรม

ความสำคัญของนวัตกรรมอยู่ที่การพัฒนาและการสร้างคุณค่า อย่างไรก็ตามหากเราอยากจะดูเรื่องนวัตกรรมแล้ว เราก็ควรดูพี่น้องของนวัตกรรมที่เรียกว่าการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง (Continuous Improvement) ด้วย

หากเทียบนวัตกรรม (Innovation) กับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง (Continuous Improvement) แล้ว นวัตกรรมจะสามารถเพิ่มมูลค่าได้อย่าง ‘ก้าวกระโดด’ มากกว่า เราจะเห็นได้ว่าการพัฒนาคือการทำให้อะไรซักอย่างดีขึ้น แต่การสร้างนวัตรกรรมคือการสร้างอะไรใหม่ที่ไม่เคยมีอยู่แล้วนำมาพัฒนาสิ่งที่มีอยู่ให้ดีขึ้น ยกตัวอย่างเช่นเราอาจจะทำให้ม้าเราวิ่งเร็วขึ้นได้ แต่เราก็ไม่สามารถสร้างรถยนต์จากการพัฒนาอย่างต่อเนื่องได้เช่นกัน 

คำอธิบายด้านรถยนต์กับม้าเป็นสิ่งทีนักประดิษฐ์หลายคนถกเถียงกันมานาน นักประดิษฐ์ประเภทแรกถือว่า ‘ลูกค้า’ หรือตลาดเป็นคนที่จะบอกเราได้ดีที่สุดว่าเค้าต้องการสินค้าหรือนวัตกรรมแบบไหน

แต่นักประดิษฐ์ประเภทที่สองจะให้ความเห็นว่าลูกค้าไม่รู้หรอกว่าตัวเองอยากได้อะไร หากเราถามคนสมัยก่อนว่าอยากเดินทางแบบไหน เค้าก็จะบอกได้แค่ว่า ‘อยากได้ม้าที่เร็วขึ้น’ มากกว่าอยากได้รถยนต์ ซึ่งสองมุมมองนี้ภายหลังก็ได้ถูกดัดแปลงเป็นขั้นตอนทำวิจัยการตลาดเพื่อหาปัญหาของลูกค้า (pain point) มากกว่าการรอให้ลูกค้าเสนอคำตอบให้เราทั้งหมด

อย่างไรก็ตามนวัตกรรมก็มีความเสี่ยงที่จะล้มเหลวมากกว่าการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง แต่ในยุคสมัยที่ธุรกิจมีคู่แข่งเยอะและมีบริษัทใหม่พร้อมที่จะทำลาย (disrupt) โมเดลการทำธุรกิจแบบเก่าๆอยู่เสมอ การเสาะหานวัตรกรรมก็เป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ ทุกองค์กรและธุรกิจควรที่จะแบ่งการลงทุนและแบ่งทรัพยากรให้เหมาะสมกับโมเดลความเสี่ยงน้อยอย่างการพัฒนาแบบต่อเนื่องและโมเดลความเสี่ยงเยอะเช่นนวัตรกรรม

ประเภทและรูปแบบของนวัตกรรม

นวัตกรรมหมายถึงสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆที่สามารถสร้างคุณค่าให้กับผู้ใช้หรือลูกค้าได้ แต่ความหมายนี้ก็มีความกว้างมากเหลือเกิน ในบทความส่วนนี้เรามาดูกันว่าลักษณะและประเภทของนวัตกรรมต่างๆมีอะไรบ้าง และเราจะสามารถแยกแยะวัตกรรมชนิดต่างๆได้อย่างไร

4 ประเภทของนวัตกรรม

นวัตกรรมสามารถถูกแยกได้ว่าเป็น Disruptive, Radical, Sustaining และ Incremental ซึ่งจะแตกต่างที่ความแปลกใหม่ของเทคโนโลยี และ ผลกระบทต่อลูกค้าหรือผู้ใช้งาน โดยนวัตกรรมแต่ละประเภทจะส่งผลกระทบที่แตกต่างต่อตลาดและกลยุทธ์ขององค์กร

Disruptive Innovation หรือ นวัตกรรมแบบก่อกวนทำลาย หมายถึงนวัตกรรมที่มาจากเทคโนโลยีที่ใหม่มากและมีผลกระทบสูงต่อลูกค้าหรือผู้ใช้งาน โดย Disruptive Innovation มักใช้ในการสร้างตลาดใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน ยกตัวอย่างเช่น iPhone

Radical Innovation หรือ นวัตกรรมแบบสิ้นเชิง หมายถึงนวัตกรรมที่มาจากเทคโนโลยีที่ใหม่มากแต่ยังไม่สามารถหาผลกระทบต่อลูกค้าหรือผู้ใช้งานได้ โดย Radical Innovation มักเป็นเทคโนโลยีใหม่ๆที่ยังไม่สามารถหาตลาดหรือช่องทางสร้างกำไรที่ดีได้ ยกตัวอย่างเช่นบริษัท Startup เปิดใหม่ หรือ สินค้าใหม่ที่กำลังถูกผลิตอยู่

Sustaining Innovation หรือ นวัตกรรมแบบยั่งยืน หมายถึงนวัตกรรมที่มาจากเทคโนโลยีที่ไม่ได้ใหม่มากแต่ก็ยังมีผลกระทบสูงต่อลูกค้าหรือผู้ใช้งานอยู่ดี โดย Sustaining Innovation มักใช้ในการทำให้ตลาดเดิมเติบโตขึ้น เป็นการกอบโกยกำไรโดยไม่ได้หาตลาดใหม่ เช่น การเปิดตัว iPhone รุ่นใหม่

Incremental Innovation หรือ นวัตกรรมแบบต่อยอด หมายถึงนวัตกรรมที่มาจากเทคโนโลยีที่ไม่ได้ใหม่มากและมีผลกระทบสูงต่อลูกค้าหรือผู้ใช้งานต่ำ โดย Incremental Innovation คือการเปิดตัวสินค้ารุ่นใหม่ในตลาดที่มีอยู่แล้ว เช่น การเปิดตัวทีวีรุ่นใหม่

4 ประเภทของนวัตกรรม - types of innovations

Sustaining และ Incremental Innovation คือนวัตกรรมที่พัฒนาไปอย่างเล็กน้อยแต่ถูกพัฒนาเรื่อยๆ จะมีความคล้ายกับหลักการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง (continuous improvement) โดยที่นวัตกรรมนี้ส่วนมากจะถูกมุ่งเน้นไปที่ เร็วกว่า ถูกกว่า และดีกว่า (เน้นที่ความต้องการลูกค้าและธุรกิจมากกว่าเทคโนโลยี)

Disruptive และ Radical Innovation ก็คือ ‘การทดแทนโดยสิ้นเชิง’ หมายถึงการที่กระบวนการ สินค้า หรือวิธีใหม่ๆจะมาทดแทนของเก่าทั้งหมด ในทางตรงข้าม Sustaining-Incremental Innovation จะมุ่งเน้นที่การพัฒนาสินค้า ระบบ หรือบริการที่มีอยู่แล้วให้ดีขึ้นเรื่อยๆ เช่น Radical Innovation คือการพัฒนามือถือ iPhone รุ่นแรก ส่วน Incremental Innovation คือการทำให้มือถือเร็วขึ้น มีภาพชัดขึ้น เป็นรุ่นใหม่ขึ้น

มุมมองว่าการเปลี่ยนแปลงแบบไหนที่เป็นนวัตกรรมบ้างก็ถูกเถียงกันมานาน เพราะมุมมองของคำว่า ‘สิ่งใหม่’ และสิ่งที่ ‘สร้างคุณค่า’ ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนอาจจะบอกว่า Incremental Innovation ไม่ใช่นวัตกรรมที่แท้จริงเพราะ ‘การพัฒนาอย่างเล็กๆน้อยๆ’ มีความหมายขัดกับภาพลักษณ์ที่ว่านวัตกรรมต้องเปลี่ยนแปลงทุกอย่างโดยสิ้นเชิง

เราจะเห็นได้ว่าลักษณะของนวัตกรรมนั้นจะถูกตีกรอบด้วย ‘ระยะเวลา’ นวัตกรรมที่ถูกพัฒนาเร็ว ตีตลาดเร็ว ก็จะถือว่าเป็น Radical Innovation ส่วนนวัตกรรมที่พัฒนาช้า ตีตลาดช้า ก็อาจจะถูกมองว่าเป็นแค่การพัฒนาทั่วไป ทั้งๆที่ ‘คุณค่าโดยรวม’ ของนวัตกรรมนั้นอาจจะมีเท่ากันก็ได้ (เช่นสามารถสร้างประโยชน์ให้กับสังคม มูลค่าเพิ่มให้กับตลาด)

ในยุคสมัยนี้ที่การเปลี่ยนแปลงนั้นเกิดได้เร็วขึ้นเรื่อยๆ เพราะผู้บริโภคเปิดใจรับเทคโนโลยีใหม่มากขึ้น และแพลตฟอร์มต่างๆก็เอื้ออำนวยให้ (คนใช้มือถือสมาร์ทโฟนมากขึ้น ทุกคนมีอินเทอร์เน็ตใช้) หมายความว่าเทคโนโลยีใหม่ๆก็มีแนวโน้มที่จะติดตลาดเร็วขึ้น ในส่วนนี้เราก็ต้องคอยดูกันว่านิยามของนวัตกรรมจะถูกเปลี่ยนไปหรือเปล่า ติดตลาดเร็วแค่ไหนถึงจะถือว่าเป็น disruption

People don’t know what they want until you show it to them.
That’s why I never rely on market research.
Our task is to read things that are not yet on the page.– Steve Jobs

‘ลูกค้าไม่รู้หรอกว่าตัวเองอยากจะได้อะไร จนกว่าเราจะแสดงให้เค้าเห็น
เพราะฉะนั้นผมถึงไม่เคยพึ่งงานวิจัยตลาด
หน้าที่ของเราคือการอ่านสิ่งที่ยังไม่เคยถูกเขียนมากก่อน’ – สตีฟ จ็อบส์

3 รูปแบบของนวัตกรรม

นวัตกรรมสามารถแยกได้เป็น 3 ประเภทได้แก่ Product Innovation (นวัตกรรมผลิตภัณฑ์) Process Innovation (นวัตกรรมการดำเนินงาน) และ Business Innovation (นวัตกรรมธุรกิจ) ความแตกต่างของนวัตกรรม 3 ประเภทนี้ก็คือเป้าหมายของการใช้นวัตกรรมเพื่อเปลี่ยนแปลง พัฒนา หรือสร้างส่วนต่างๆของธุรกิจ

Product Innovation หรือ นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ คือนวัตกรรมเพื่อทราบผลิตภัณฑ์ขึ้นมาใหม่ และพัฒนาผลิตภัณฑ์เก่าให้ดีกว่าเดิม 

นวัตกรรมผลิตภัณฑ์เป็นนวัตกรรมที่คนส่วนมากคิดถึงเวลาพูดถึง ‘การสร้างนวัตกรรม’ โดยนวัตกรรมส่วนนี้รวมถึงทั้งผลิตภัณฑ์ที่จับต้องได้ และผลิตภัณฑ์ที่จับต้องไม่ได้อย่างการบริการด้วย

Process Innovation หรือ นวัตกรรมการดำเนินงาน คือนวัตกรรมที่ใช้ในการพัฒนาการดำเนินงาน หรือการออกแบบการดำเนินงานขึ้นมาใหม่ 

นวัตกรรมการดำเนินงานอาจจะเป็นนวัตกรรมที่ดูน่าเบื่อในสายตาหลายคน อย่างไรก็ตามนวัตกรรมด้านการดำเนินงานก็เป็นสิ่งอำนวยให้องค์กรสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ได้ง่ายขึ้น ยกตัวอย่างเช่น การที่โรงงานหันมาพัฒนาเป็นระบบ Lean Manufacturing หรือการที่บริษัทซอฟต์แวร์เปลี่ยนมาใช้กระบวนการทำงานแบบ Agile 

Business Innovation หรือ นวัตกรรมธุรกิจ คือนวัตกรรมที่ใช้เพื่อเปลี่ยนแปลงตลาดหรือ อุตสาหกรรมขนาดกว้าง อาจจะเกิดขึ้นจากการปรับกระบวนการทำงานของธุรกิจที่มีอยู่แล้ว หรือจากธุรกิจใหม่ 

นวัตกรรมธุรกิจ คือผลลัพธ์ที่เกิดจากนวัตกรรมทางผลิตภัณฑ์หรือนวัตกรรมการดำเนินการ เพราะสุดท้ายแล้วผลิตภัณฑ์ใหม่และกระบวนการทำงานที่พัฒนาแล้วก็จะทำให้องค์กรสามารถตอบโจทย์ความต้องการของตลาดได้ดีขึ้น 

ยกตัวอย่างเช่น application อย่าง Uber หรือ Grab ที่เริ่มจากการสร้าง ‘ผลิตภัณฑ์ใหม่’ จนติดตลาดและเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมจนกลายเป็นนวัตกรรมทางธุรกิจในที่สุด (แต่เนื่องจากว่าสองบริษัทนี้ยังไม่สามารถทำกำไรได้ นักลงทุนส่วนมากก็เลยลังเลที่จะเรียกบริษัทเหล่านี้ว่าเป็นนวัตกรรม)

ประเภทของนวัตกรรม 3 อย่างนี้ยังสามารถรวมกับลักษณะของนวัตกรรมได้ เช่นอาจจะเป็นนวัตกรรมผลิตภัณฑ์แบบสร้างมาอย่างสิ้นเชิง (Radical Product Innovation) หรือนวัตกรรมการดำเนินงานแบบค่อยเป็นค่อยไป (Incremental Process Innovation)

ระบบนวัตกรรม คืออะไร

ความหมายของระบบนวัตกรรมก็คือการสร้างระบบระหว่างเทคโนโลยี ข้อมูล และผู้คน เพื่อที่จะสร้างนวัตกรรมอย่างต่อเรื่อง ทุกตัวแปลในระบบนวัตกรรมคือกลไกในการผลิตกระบวนการใหม่ สินค้าใหม่ หรือบริการใหม่เป็นต้น

ยิ่งเป็นองค์กรที่มีขนาดใหญ่ ความเสี่ยงของการผลิตนวัตกรรมก็มีเยอะขึ้น เพราะฉะนั้นความสำคัญของการสร้างระบบนวัตกรรมก็มีเยอะขึ้นด้วย ระบบนวัตรกรรมสามารถแบ่งตามขนาดของระบบนั้นๆ ได้แก่ 

  • ระบบนวัตกรรมแห่งชาติ (national innovation systems)
  • ระบบนวัตกรรมระดับภูมิภาค (regional innovation systems)
  • ระบบนวัตกรรมท้องถิ่น (local innovation systems)
  • ระบบนวัตกรรมทางเทคโนโลยี (technological innovation systems)
  • ระบบนวัตกรรมประจำภาค (sectoral innovation systems)

ซึ่งตัวแปลในแต่ละระบบนวัตกรรมก็จะต่างกัน ระบบนวัตกรรมชาติอาจจะมีตัวแปลมากกว่าและหลากหลายกว่าระบบนวัตกรรมท้องถิ่น แต่ก็มีความสำคัญและส่งผลกระทบต่อสังคมหรือเศรษฐกิจได้มากกว่าด้วยเช่นกัน

Technology และบทบาทในองค์กร

ในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามาช่วยพัฒนาวิถีการใช้ชีวิตของทุกคน เราจะเห็นได้ว่ามันเป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้เลยที่ทุกองค์กรต้องยอมรับการใช้ เทคโนโลยี

ข้อดีอย่างแรกของเทคโนโลยีก็คือประสิทธิภาพที่มากขึ้น การสื่อสารสมัยใหม่เช่นอีเมลหรือการใช้ application อย่าง Line ช่วยให้คนในองค์กรสื่อสารกันได้เร็วขึ้นมาก การสื่อสารที่เร็วขึ้นก็ทำให้ความสำคัญของระดับชั้นในองค์กรน้อยลง และ ทำให้ความเร็วในการบริหารงานมากขึ้นด้วย เจ้าของบริษัทสามารถส่งอีเมลฉบับเดียวถึงพนักงานทุกคนโดยไม่ต้องจองเวลาบริษัทสองสามชั่วโมงเพื่อประชุมตอนเช้าเป็นต้น 

การสื่อสารยังทำให้การเข้าถึงขององค์กรต่อลูกค้าหรือคู่ค้าทางธุรกิจมากขึ้นด้วย บริษัทที่มีสาขาเดียวสามารถเข้าถึงลูกค้าทั่วประเทศหรือทั่วโลกได้ผ่านสื่อออนไลน์ และการเข้าถึงที่มากขึ้นนี้ทำให้บริษัทขนาดเล็กที่มี ‘อำนาจการสื่อสาร’ น้อยกว่าบริษัทขนาดใหญ่ได้ถูก ‘แย่งลูกค้า’ ไป

กรณีในสมัยก่อนที่ร้านค้าเล็กสามารถอยู่ได้เพราะมีทำเลดี ‘อยู่ห่างจากคู่แข่ง’ ก็เริ่มเห็นได้น้อยลงเรื่อยๆ การเข้าถึงที่มากกว่านี้ทำให้โมเดลการทำธุรกิจที่ ‘กำไรต่อการซื้อน้อย’ หลายอย่างสามารถโตได้เร็วขึ้นด้วยประหยัดจากขนาดอีกด้วย (economy of scale)

เทคโนโลยีและนวัตรกรรมยัง ‘เปิดเผย’ ข้อมูลที่เราไม่เคยเห็นมาก่อนได้อีกด้วย ในยุคก่อนนี้บริษัทสามารถเข้าถึงลูกค้าได้ผ่านทาง ‘ช่องทางการตลาด’ และ ‘ทำเล’ เท่านั้น แต่ในสมัยนี้เครื่องมืออย่าง Facebook และ Google สามารถแบ่งแยกกลุ่มลูกค้า (Segmentation) ได้ละเอียดและแม่นยำกว่าเดิมมาก

ข้อมูลเหล่านี้สามารถนำมาวิเคราะห์เพิ่มเติมเพื่อสร้างสินค้าหรือบริการใหม่ หรือสร้างนวัตกรรมใหม่เพิ่มเติมได้อีก หลายองค์กรเริ่มที่จะสนใจด้านการวิเคราะห์ข้อมูล business intelligence & data analytics กันมากขึ้น

สำหรับคนที่ชอบบทความบนบล็อกนี้แล้วรู้สึกว่าอยากอ่านเพิ่ม ผมได้ทำ ‘สารบัญ’ ที่เรียบเรียงบทความพื้นฐานในการทำธุรกิจมาให้ทุกคนแล้ว สามารถ โหลดฟรีได้ที่นี่ ครับ

ข้อมูลในการทำธุรกิจอื่นๆที่เราแนะนำ

[NEW] Innovation หรือ นวัตกรรม คืออะไร? และมีความหมายว่ายังไงบ้าง | การ พัฒนา นวัตกรรม – Sathyasaith

Innovation หรือ นวัตกรรม คืออะไร? เทคโนโลยีกับการทำธุรกิจเป็นของคู่กันมานานแล้ว และความสำคัญนี้ก็เริ่มเยอะขึ้นเรื่อยๆในไม่กี่ปีที่ผ่านมา

ลองคิดดูนะครับ มนุษย์เราใช้เวลาหลายพันปีเพื่อที่จะบินบนท้องฟ้า แต่หลังจากนั้นไม่ถึงห้าสิบปี เราก็สามารถขึ้นไปเดินบนดวงจันทร์ได้แล้ว แต่สิ่งประดิษฐ์และเทคโนโลยีพวกนี้เกี่ยวข้องกับนวัตกรรมยังไงกัน ในบทความนี้เรามาดูกันครับ

นวัตกรรมคืออะไร? (Innovation)

Innovation หรือ นวัตกรรม คือ กระบวนการสร้างมูลค่าด้วยการตอบโจทย์ความต้องการของตลาดจากวิธีการใหม่ๆ นวัตกรรมเป็นสิ่งที่นำมาปรับใช้กับสินค้า บริการ เทคโนโลยี และโมเดลธุรกิจ เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลง ความสร้างสรรรค์ และมูลค่าที่สามารถผลักดันการเติบโตของสังคมและเศรษฐกิจของประเทศได้

นวัตกรรมเป็นสิ่งที่มีความใหม่แต่ได้ผลดี…และสามารถเจาะตลาดหรือสังคมใหม่ๆได้

เราจะสังเกตุได้ว่าความหมายของ Innovation หรือนวัตกรรมนั้นขึ้นอยู่กับการสร้างคำตอบใหม่สำหรับตลาดหรือสังคมเดิม เราสามารถใช้เกณฑ์สามอย่างนี้เพื่อช่วยตัดสินว่าการเปลี่ยนแปลงหรือกระบวนการนี้เป็นนวัตกรรมหรือเปล่า

  • มันแปลกใหม่หรือเปล่า? (Novel) ความใหม่กับนวัตกรรมเป็นของคู่กัน บางครั้งกระบวนการอาจจะทำให้ระบบดีขึ้นแต่ไม่ใช่อะไรใหม่ เช่นการปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพแทนที่จะเป็นนวัตกรรม
  • แก้ปัญหาที่สำคัญแค่ไหน? (Solution)ความแปลกใหม่ที่ไม่ได้แก้ปัญหาที่สามารถสร้างคุณค่าให้กับตลาด เศรษกิจ หรือสังคมอาจจะเป็นแค่ ‘ศิลปะ’ (Arts) ไม่ใช่ว่าศิลปะไม่มีค่าหรือไม่สำคัญนะครับ แต่ศิลปะส่วนมากไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหา ซึ่งตรงข้ามกับนวัตกรรม
  • สร้างมูลค่ามากแค่ไหน? (Value) ความใหม่ที่ไม่สร้างมูลค่านั้นเรียกว่า ‘สิ่งประดิษฐ์’ (Invention) เราสามารถทำสิ่งประดิษฐ์มาพัฒนาให้มีมูลค่าจนเป็นนวัตกรรมได้ แต่สิ่งประดิษฐ์นั้นต้องผ่านกระบวนการสร้างมูลค่าที่เหมาะกับตลาดหรือกลุ่มลูกค้าก่อน

สิ่งที่ผมอยากให้ทุกคนจำไว้ก็คือ นวัตกรรมเป็น ‘กระบวนการ’ มากกว่าสิ่งของ การสร้างนวัตกรรมอาจจะล้มเหลวได้ แต่ความล้มเหลวก็ไม่ได้ทำให้คุณค่าของกระบวนการในการผลิตนวัตกรรมน้อยลง การมองนวัตกรรมเป็นสิ่งของหรือสิ่งประดิษย์จะทำให้คุณค่าความสำคัญของกระบวนการน้อยลง ซึ่งกระบวนการสร้างนวัตกรรมที่คนพูดถึงบ่อยก็คือ Design Thinking นั่นเอง

คนที่สนใจเรื่อง Design Thinking สามารถอ่านบทความของผมได้ Design Thinking คืออะไร?

อย่างไรก็ตาม นวัตกรรมไม่ได้จำเป็นต้องใช้ในเชิงพาณิชย์เท่านั้น องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรก็สามารถสร้างนวัตกรรมได้เช่นกัน แต่ ‘เกณฑ์’ การตัดสินมูลค่าอาจจะเปลี่ยนไปจากรายได้และกำไรไปเป็นผลกระทบต่อสังคมเป็นต้น

แต่เราไม่อาจจะปฏิเสธได้ว่า ‘การนำนวัตกรรมไปสู่สังคมหรือตลาดหลัก’ เราก็จำเป็นต้องดู ‘ความเป็นไปได้ทางการเงินด้วย’

ลักษณะของนวัตกรรม คืออะไร?

ความหมายของนวัตกรรมนั้นมีหลากหลายและมีการเลือกใช้คำนี้ในหลายกรณีมาก เรามาลองดูลักษะของนวัตกรรมที่คนทั่วไปยอมรับกันครับ

  • การใช้งานที่แปลกใหม่และมีประโยชน์
  • มีความเกี่ยวข้องกับยุคสมัยหรือกลุ่มผู้ใช้
  • เป็นไอเดียที่เยี่ยมยอด ดำเนินการได้ดี และสื่อสารได้อย่างถูกต้อง
  • มีความเป็นไปได้ และ มีความเกี่ยวข้องกับโมเดลธุรกิจปัจจุบัน และ ถูกมองว่ามีคุณค่าในสายตาลูกค้า
  • การแนะนำสินค้าหรือบริการใหม่ที่เพิ่มมูลค่าให้องค์กร
  • สิ่งใหม่ที่แก้ปัญหาให้ลูกค้า รูปแบบของนวัตกรรมไม่สำคัญ
  • กระบวนการและวิธัที่ธุรกิจจะสร้างคุณค่าให้ลูกค้าได้เรื่อยๆ
  • งานที่สร้างสิ่งที่ลูกค้าในตลาดชอบ และสร้างกำไรได้มหาศาล
  • การดำเนินการของอะไรใหม่ๆ
  • การดำเนินการของไอเดียสร้างสรรค์ที่มีคุณค่า
  • อะไรก็ได้ที่ใหม่ มีประโยชน์ และน่าตื่นเต้น

สาเหตุที่เราเรียกสิ่งพวกนี้ว่า ‘ลักษณะ’ ก็เพราะว่าแต่ละข้อสามารถอธิบายนวัตกรรมได้ แต่ไม่มีข้อไหนสามารถอธิบายทุกสิ่งอย่างที่เป็นนวัตกรรมได้ดีเลย ซึ่งโดยส่วนมากแล้ว ลักษณะของ ‘ความใหม่’ และ ‘ความมีประโยชน์’ ก็ยังเป็นจุดเด่นของนวัตกรรมในมุมมองของหลายคน

สรุปก็คือหากเราอยากจะ ‘จัดหมวดหมู่’ ว่าผลิตภัณฑ์ กระบวนการ บริการ องค์กร หรือไอเดียแบบไหนเป็นนวัตกรรม เราก็ต้องดูว่าสิ่งเหล่านี้ตรงกับลักษณะหลายๆอย่างด้านบนมากแค่ไหน

นวัตกรรมมีอะไรบ้าง

หากพูดถึงนวัตกรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในหลายปีที่ผ่านมา เราก็คงไม่ต้องไปหาอะไรไกลเลยครับ มือถือ smart phone เช่นพวก iPhone Android เป็นนวัตกรรมที่เปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคและสามารถสร้างตลาดมูลค่าหลายแสนล้านบาทได้ภายในไม่กี่ปี เรามาลองวิเคราะห์ iPhone ในสมัยที่ออกใหม่ปี 2007 กันดูครับ 

  • iPhone แปลกใหม่หรือเปล่า? iPhone เป็นมือถือที่นอกจากจะสามารถต่ออินเตอร์เนคและมีโปรแกรมรับรองเยอะแล้ว (application) ยังมีวิธีการใช้งาน (user interface) ที่ไม่ว่าใครอายุเท่าไรก็สามารถเข้าใจได้ทันที เป็นมือถือที่เปลี่ยนบทบาทของการใช้ชีวิตของทุกคน 
  • iPhone แก้ปัญหาที่สำคัญแค่ไหน? สิ่งที่แปลกสำหรับ iPhone ก็คือผู้ผลิตสามารถสร้างคำตอบของปัญหาที่คนไม่เคยรู้มาก่อนว่าต้องการ ยกตัวอย่างเช่นเราไม่เคยเข้าใจว่าการมีมือถือเครื่องเดียวที่ทำได้ทุกอย่างเป็นยังไง เราไม่เคยเข้าใจว่าการมีระบบการใช้งานที่เรียบง่ายเป็นยังไง สมัยก่อนยุค iPhone ทุกคนต้องกลับบ้านหรือไปที่ทำงานถึงจะเข้าสู่อินเตอร์เนตได้
  • iPhone สร้างมูลค่ามากแค่ไหน? เราสามารถดูมูลค่าของ iPhone ได้จากความสำเร็จของบริษัท Apple แต่มูลค่าที่แท้จริงมีมากกว่านั้นเยอะมาก การนำโลกเข้าสู่ยุค smartphone ทำให้ตลาดใหม่ๆเช่น Uber Grab หรือแม้แต่ Instagram สามารถเปิดโมเดลธุรกิจใหม่ผ่านทางมือถือเท่านั้นเป็นต้น

ทุกวันนี้นวัตรกรรมที่คนพูดถึงกันเยอะจะเป็นนวัตกรรมเกี่ยวกับเทคโนโลยี แต่ในความเป็นจริงแล้วนวัตกรรมที่ไม่ใช่เทคโนโลยีก็มีอยู่เยอะเช่นกัน การปกครองด้วยประชาธิปไตยก็ถือว่าเป็นนวัตกรรมด้านสังคมและการปกครองในสมัยก่อน ไอศกรีมโซดาโค้กลอยก็คือว่าเป็นนวัตกรรมด้านการอาหารเช่นกัน 

นวัตกรรมมีอะไรบ้าง - iPhone และตัวอย่างของ Innovation หรือ นวัตกรรม

ความสำคัญของนวัตกรรม

ความสำคัญของนวัตกรรมอยู่ที่การพัฒนาและการสร้างคุณค่า อย่างไรก็ตามหากเราอยากจะดูเรื่องนวัตกรรมแล้ว เราก็ควรดูพี่น้องของนวัตกรรมที่เรียกว่าการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง (Continuous Improvement) ด้วย

หากเทียบนวัตกรรม (Innovation) กับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง (Continuous Improvement) แล้ว นวัตกรรมจะสามารถเพิ่มมูลค่าได้อย่าง ‘ก้าวกระโดด’ มากกว่า เราจะเห็นได้ว่าการพัฒนาคือการทำให้อะไรซักอย่างดีขึ้น แต่การสร้างนวัตรกรรมคือการสร้างอะไรใหม่ที่ไม่เคยมีอยู่แล้วนำมาพัฒนาสิ่งที่มีอยู่ให้ดีขึ้น ยกตัวอย่างเช่นเราอาจจะทำให้ม้าเราวิ่งเร็วขึ้นได้ แต่เราก็ไม่สามารถสร้างรถยนต์จากการพัฒนาอย่างต่อเนื่องได้เช่นกัน 

คำอธิบายด้านรถยนต์กับม้าเป็นสิ่งทีนักประดิษฐ์หลายคนถกเถียงกันมานาน นักประดิษฐ์ประเภทแรกถือว่า ‘ลูกค้า’ หรือตลาดเป็นคนที่จะบอกเราได้ดีที่สุดว่าเค้าต้องการสินค้าหรือนวัตกรรมแบบไหน

แต่นักประดิษฐ์ประเภทที่สองจะให้ความเห็นว่าลูกค้าไม่รู้หรอกว่าตัวเองอยากได้อะไร หากเราถามคนสมัยก่อนว่าอยากเดินทางแบบไหน เค้าก็จะบอกได้แค่ว่า ‘อยากได้ม้าที่เร็วขึ้น’ มากกว่าอยากได้รถยนต์ ซึ่งสองมุมมองนี้ภายหลังก็ได้ถูกดัดแปลงเป็นขั้นตอนทำวิจัยการตลาดเพื่อหาปัญหาของลูกค้า (pain point) มากกว่าการรอให้ลูกค้าเสนอคำตอบให้เราทั้งหมด

อย่างไรก็ตามนวัตกรรมก็มีความเสี่ยงที่จะล้มเหลวมากกว่าการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง แต่ในยุคสมัยที่ธุรกิจมีคู่แข่งเยอะและมีบริษัทใหม่พร้อมที่จะทำลาย (disrupt) โมเดลการทำธุรกิจแบบเก่าๆอยู่เสมอ การเสาะหานวัตรกรรมก็เป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ ทุกองค์กรและธุรกิจควรที่จะแบ่งการลงทุนและแบ่งทรัพยากรให้เหมาะสมกับโมเดลความเสี่ยงน้อยอย่างการพัฒนาแบบต่อเนื่องและโมเดลความเสี่ยงเยอะเช่นนวัตรกรรม

ประเภทและรูปแบบของนวัตกรรม

นวัตกรรมหมายถึงสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆที่สามารถสร้างคุณค่าให้กับผู้ใช้หรือลูกค้าได้ แต่ความหมายนี้ก็มีความกว้างมากเหลือเกิน ในบทความส่วนนี้เรามาดูกันว่าลักษณะและประเภทของนวัตกรรมต่างๆมีอะไรบ้าง และเราจะสามารถแยกแยะวัตกรรมชนิดต่างๆได้อย่างไร

4 ประเภทของนวัตกรรม

นวัตกรรมสามารถถูกแยกได้ว่าเป็น Disruptive, Radical, Sustaining และ Incremental ซึ่งจะแตกต่างที่ความแปลกใหม่ของเทคโนโลยี และ ผลกระบทต่อลูกค้าหรือผู้ใช้งาน โดยนวัตกรรมแต่ละประเภทจะส่งผลกระทบที่แตกต่างต่อตลาดและกลยุทธ์ขององค์กร

Disruptive Innovation หรือ นวัตกรรมแบบก่อกวนทำลาย หมายถึงนวัตกรรมที่มาจากเทคโนโลยีที่ใหม่มากและมีผลกระทบสูงต่อลูกค้าหรือผู้ใช้งาน โดย Disruptive Innovation มักใช้ในการสร้างตลาดใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน ยกตัวอย่างเช่น iPhone

Radical Innovation หรือ นวัตกรรมแบบสิ้นเชิง หมายถึงนวัตกรรมที่มาจากเทคโนโลยีที่ใหม่มากแต่ยังไม่สามารถหาผลกระทบต่อลูกค้าหรือผู้ใช้งานได้ โดย Radical Innovation มักเป็นเทคโนโลยีใหม่ๆที่ยังไม่สามารถหาตลาดหรือช่องทางสร้างกำไรที่ดีได้ ยกตัวอย่างเช่นบริษัท Startup เปิดใหม่ หรือ สินค้าใหม่ที่กำลังถูกผลิตอยู่

Sustaining Innovation หรือ นวัตกรรมแบบยั่งยืน หมายถึงนวัตกรรมที่มาจากเทคโนโลยีที่ไม่ได้ใหม่มากแต่ก็ยังมีผลกระทบสูงต่อลูกค้าหรือผู้ใช้งานอยู่ดี โดย Sustaining Innovation มักใช้ในการทำให้ตลาดเดิมเติบโตขึ้น เป็นการกอบโกยกำไรโดยไม่ได้หาตลาดใหม่ เช่น การเปิดตัว iPhone รุ่นใหม่

Incremental Innovation หรือ นวัตกรรมแบบต่อยอด หมายถึงนวัตกรรมที่มาจากเทคโนโลยีที่ไม่ได้ใหม่มากและมีผลกระทบสูงต่อลูกค้าหรือผู้ใช้งานต่ำ โดย Incremental Innovation คือการเปิดตัวสินค้ารุ่นใหม่ในตลาดที่มีอยู่แล้ว เช่น การเปิดตัวทีวีรุ่นใหม่

4 ประเภทของนวัตกรรม - types of innovations

Sustaining และ Incremental Innovation คือนวัตกรรมที่พัฒนาไปอย่างเล็กน้อยแต่ถูกพัฒนาเรื่อยๆ จะมีความคล้ายกับหลักการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง (continuous improvement) โดยที่นวัตกรรมนี้ส่วนมากจะถูกมุ่งเน้นไปที่ เร็วกว่า ถูกกว่า และดีกว่า (เน้นที่ความต้องการลูกค้าและธุรกิจมากกว่าเทคโนโลยี)

Disruptive และ Radical Innovation ก็คือ ‘การทดแทนโดยสิ้นเชิง’ หมายถึงการที่กระบวนการ สินค้า หรือวิธีใหม่ๆจะมาทดแทนของเก่าทั้งหมด ในทางตรงข้าม Sustaining-Incremental Innovation จะมุ่งเน้นที่การพัฒนาสินค้า ระบบ หรือบริการที่มีอยู่แล้วให้ดีขึ้นเรื่อยๆ เช่น Radical Innovation คือการพัฒนามือถือ iPhone รุ่นแรก ส่วน Incremental Innovation คือการทำให้มือถือเร็วขึ้น มีภาพชัดขึ้น เป็นรุ่นใหม่ขึ้น

มุมมองว่าการเปลี่ยนแปลงแบบไหนที่เป็นนวัตกรรมบ้างก็ถูกเถียงกันมานาน เพราะมุมมองของคำว่า ‘สิ่งใหม่’ และสิ่งที่ ‘สร้างคุณค่า’ ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนอาจจะบอกว่า Incremental Innovation ไม่ใช่นวัตกรรมที่แท้จริงเพราะ ‘การพัฒนาอย่างเล็กๆน้อยๆ’ มีความหมายขัดกับภาพลักษณ์ที่ว่านวัตกรรมต้องเปลี่ยนแปลงทุกอย่างโดยสิ้นเชิง

เราจะเห็นได้ว่าลักษณะของนวัตกรรมนั้นจะถูกตีกรอบด้วย ‘ระยะเวลา’ นวัตกรรมที่ถูกพัฒนาเร็ว ตีตลาดเร็ว ก็จะถือว่าเป็น Radical Innovation ส่วนนวัตกรรมที่พัฒนาช้า ตีตลาดช้า ก็อาจจะถูกมองว่าเป็นแค่การพัฒนาทั่วไป ทั้งๆที่ ‘คุณค่าโดยรวม’ ของนวัตกรรมนั้นอาจจะมีเท่ากันก็ได้ (เช่นสามารถสร้างประโยชน์ให้กับสังคม มูลค่าเพิ่มให้กับตลาด)

ในยุคสมัยนี้ที่การเปลี่ยนแปลงนั้นเกิดได้เร็วขึ้นเรื่อยๆ เพราะผู้บริโภคเปิดใจรับเทคโนโลยีใหม่มากขึ้น และแพลตฟอร์มต่างๆก็เอื้ออำนวยให้ (คนใช้มือถือสมาร์ทโฟนมากขึ้น ทุกคนมีอินเทอร์เน็ตใช้) หมายความว่าเทคโนโลยีใหม่ๆก็มีแนวโน้มที่จะติดตลาดเร็วขึ้น ในส่วนนี้เราก็ต้องคอยดูกันว่านิยามของนวัตกรรมจะถูกเปลี่ยนไปหรือเปล่า ติดตลาดเร็วแค่ไหนถึงจะถือว่าเป็น disruption

People don’t know what they want until you show it to them.
That’s why I never rely on market research.
Our task is to read things that are not yet on the page.– Steve Jobs

‘ลูกค้าไม่รู้หรอกว่าตัวเองอยากจะได้อะไร จนกว่าเราจะแสดงให้เค้าเห็น
เพราะฉะนั้นผมถึงไม่เคยพึ่งงานวิจัยตลาด
หน้าที่ของเราคือการอ่านสิ่งที่ยังไม่เคยถูกเขียนมากก่อน’ – สตีฟ จ็อบส์

3 รูปแบบของนวัตกรรม

นวัตกรรมสามารถแยกได้เป็น 3 ประเภทได้แก่ Product Innovation (นวัตกรรมผลิตภัณฑ์) Process Innovation (นวัตกรรมการดำเนินงาน) และ Business Innovation (นวัตกรรมธุรกิจ) ความแตกต่างของนวัตกรรม 3 ประเภทนี้ก็คือเป้าหมายของการใช้นวัตกรรมเพื่อเปลี่ยนแปลง พัฒนา หรือสร้างส่วนต่างๆของธุรกิจ

Product Innovation หรือ นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ คือนวัตกรรมเพื่อทราบผลิตภัณฑ์ขึ้นมาใหม่ และพัฒนาผลิตภัณฑ์เก่าให้ดีกว่าเดิม 

นวัตกรรมผลิตภัณฑ์เป็นนวัตกรรมที่คนส่วนมากคิดถึงเวลาพูดถึง ‘การสร้างนวัตกรรม’ โดยนวัตกรรมส่วนนี้รวมถึงทั้งผลิตภัณฑ์ที่จับต้องได้ และผลิตภัณฑ์ที่จับต้องไม่ได้อย่างการบริการด้วย

Process Innovation หรือ นวัตกรรมการดำเนินงาน คือนวัตกรรมที่ใช้ในการพัฒนาการดำเนินงาน หรือการออกแบบการดำเนินงานขึ้นมาใหม่ 

นวัตกรรมการดำเนินงานอาจจะเป็นนวัตกรรมที่ดูน่าเบื่อในสายตาหลายคน อย่างไรก็ตามนวัตกรรมด้านการดำเนินงานก็เป็นสิ่งอำนวยให้องค์กรสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ได้ง่ายขึ้น ยกตัวอย่างเช่น การที่โรงงานหันมาพัฒนาเป็นระบบ Lean Manufacturing หรือการที่บริษัทซอฟต์แวร์เปลี่ยนมาใช้กระบวนการทำงานแบบ Agile 

Business Innovation หรือ นวัตกรรมธุรกิจ คือนวัตกรรมที่ใช้เพื่อเปลี่ยนแปลงตลาดหรือ อุตสาหกรรมขนาดกว้าง อาจจะเกิดขึ้นจากการปรับกระบวนการทำงานของธุรกิจที่มีอยู่แล้ว หรือจากธุรกิจใหม่ 

นวัตกรรมธุรกิจ คือผลลัพธ์ที่เกิดจากนวัตกรรมทางผลิตภัณฑ์หรือนวัตกรรมการดำเนินการ เพราะสุดท้ายแล้วผลิตภัณฑ์ใหม่และกระบวนการทำงานที่พัฒนาแล้วก็จะทำให้องค์กรสามารถตอบโจทย์ความต้องการของตลาดได้ดีขึ้น 

ยกตัวอย่างเช่น application อย่าง Uber หรือ Grab ที่เริ่มจากการสร้าง ‘ผลิตภัณฑ์ใหม่’ จนติดตลาดและเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมจนกลายเป็นนวัตกรรมทางธุรกิจในที่สุด (แต่เนื่องจากว่าสองบริษัทนี้ยังไม่สามารถทำกำไรได้ นักลงทุนส่วนมากก็เลยลังเลที่จะเรียกบริษัทเหล่านี้ว่าเป็นนวัตกรรม)

ประเภทของนวัตกรรม 3 อย่างนี้ยังสามารถรวมกับลักษณะของนวัตกรรมได้ เช่นอาจจะเป็นนวัตกรรมผลิตภัณฑ์แบบสร้างมาอย่างสิ้นเชิง (Radical Product Innovation) หรือนวัตกรรมการดำเนินงานแบบค่อยเป็นค่อยไป (Incremental Process Innovation)

ระบบนวัตกรรม คืออะไร

ความหมายของระบบนวัตกรรมก็คือการสร้างระบบระหว่างเทคโนโลยี ข้อมูล และผู้คน เพื่อที่จะสร้างนวัตกรรมอย่างต่อเรื่อง ทุกตัวแปลในระบบนวัตกรรมคือกลไกในการผลิตกระบวนการใหม่ สินค้าใหม่ หรือบริการใหม่เป็นต้น

ยิ่งเป็นองค์กรที่มีขนาดใหญ่ ความเสี่ยงของการผลิตนวัตกรรมก็มีเยอะขึ้น เพราะฉะนั้นความสำคัญของการสร้างระบบนวัตกรรมก็มีเยอะขึ้นด้วย ระบบนวัตรกรรมสามารถแบ่งตามขนาดของระบบนั้นๆ ได้แก่ 

  • ระบบนวัตกรรมแห่งชาติ (national innovation systems)
  • ระบบนวัตกรรมระดับภูมิภาค (regional innovation systems)
  • ระบบนวัตกรรมท้องถิ่น (local innovation systems)
  • ระบบนวัตกรรมทางเทคโนโลยี (technological innovation systems)
  • ระบบนวัตกรรมประจำภาค (sectoral innovation systems)

ซึ่งตัวแปลในแต่ละระบบนวัตกรรมก็จะต่างกัน ระบบนวัตกรรมชาติอาจจะมีตัวแปลมากกว่าและหลากหลายกว่าระบบนวัตกรรมท้องถิ่น แต่ก็มีความสำคัญและส่งผลกระทบต่อสังคมหรือเศรษฐกิจได้มากกว่าด้วยเช่นกัน

Technology และบทบาทในองค์กร

ในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามาช่วยพัฒนาวิถีการใช้ชีวิตของทุกคน เราจะเห็นได้ว่ามันเป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้เลยที่ทุกองค์กรต้องยอมรับการใช้ เทคโนโลยี

ข้อดีอย่างแรกของเทคโนโลยีก็คือประสิทธิภาพที่มากขึ้น การสื่อสารสมัยใหม่เช่นอีเมลหรือการใช้ application อย่าง Line ช่วยให้คนในองค์กรสื่อสารกันได้เร็วขึ้นมาก การสื่อสารที่เร็วขึ้นก็ทำให้ความสำคัญของระดับชั้นในองค์กรน้อยลง และ ทำให้ความเร็วในการบริหารงานมากขึ้นด้วย เจ้าของบริษัทสามารถส่งอีเมลฉบับเดียวถึงพนักงานทุกคนโดยไม่ต้องจองเวลาบริษัทสองสามชั่วโมงเพื่อประชุมตอนเช้าเป็นต้น 

การสื่อสารยังทำให้การเข้าถึงขององค์กรต่อลูกค้าหรือคู่ค้าทางธุรกิจมากขึ้นด้วย บริษัทที่มีสาขาเดียวสามารถเข้าถึงลูกค้าทั่วประเทศหรือทั่วโลกได้ผ่านสื่อออนไลน์ และการเข้าถึงที่มากขึ้นนี้ทำให้บริษัทขนาดเล็กที่มี ‘อำนาจการสื่อสาร’ น้อยกว่าบริษัทขนาดใหญ่ได้ถูก ‘แย่งลูกค้า’ ไป

กรณีในสมัยก่อนที่ร้านค้าเล็กสามารถอยู่ได้เพราะมีทำเลดี ‘อยู่ห่างจากคู่แข่ง’ ก็เริ่มเห็นได้น้อยลงเรื่อยๆ การเข้าถึงที่มากกว่านี้ทำให้โมเดลการทำธุรกิจที่ ‘กำไรต่อการซื้อน้อย’ หลายอย่างสามารถโตได้เร็วขึ้นด้วยประหยัดจากขนาดอีกด้วย (economy of scale)

เทคโนโลยีและนวัตรกรรมยัง ‘เปิดเผย’ ข้อมูลที่เราไม่เคยเห็นมาก่อนได้อีกด้วย ในยุคก่อนนี้บริษัทสามารถเข้าถึงลูกค้าได้ผ่านทาง ‘ช่องทางการตลาด’ และ ‘ทำเล’ เท่านั้น แต่ในสมัยนี้เครื่องมืออย่าง Facebook และ Google สามารถแบ่งแยกกลุ่มลูกค้า (Segmentation) ได้ละเอียดและแม่นยำกว่าเดิมมาก

ข้อมูลเหล่านี้สามารถนำมาวิเคราะห์เพิ่มเติมเพื่อสร้างสินค้าหรือบริการใหม่ หรือสร้างนวัตกรรมใหม่เพิ่มเติมได้อีก หลายองค์กรเริ่มที่จะสนใจด้านการวิเคราะห์ข้อมูล business intelligence & data analytics กันมากขึ้น

สำหรับคนที่ชอบบทความบนบล็อกนี้แล้วรู้สึกว่าอยากอ่านเพิ่ม ผมได้ทำ ‘สารบัญ’ ที่เรียบเรียงบทความพื้นฐานในการทำธุรกิจมาให้ทุกคนแล้ว สามารถ โหลดฟรีได้ที่นี่ ครับ

ข้อมูลในการทำธุรกิจอื่นๆที่เราแนะนำ


นวัตกรรม MAPLE 5 STEPs Model นวัตกรรมการพัฒนารูปแบบการสอนช่วง โควิด-19


นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูความรู้เพิ่มเติมที่นี่

นวัตกรรม MAPLE 5 STEPs Model นวัตกรรมการพัฒนารูปแบบการสอนช่วง โควิด-19

EP.03_วิจัยในชั้นเรียน ตอนที่ 3 การพัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ทำอย่างไร?


วิจัยในชั้นเรียน ตอนที่ 3 การพัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ ทำอย่างไร?
โดย ดร.ธีรพงษ์ แสงสิทธิ์
เป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวคิดทฤษฎี ถอดบทเรียนจากประสบการณ์ตรง
และแนะนำวิธีเขียนวิจัยในชั้นเรียนจนได้รายงานการวิจัยที่สมบูรณ์

EP.03_วิจัยในชั้นเรียน ตอนที่ 3 การพัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ทำอย่างไร?

นวัตกรรม การพัฒนานวัตกรรมโปรแกรมหาคำตอบเกม 24 และเกม 180 IQ ด้วยภาษา Python 1


นวัตกรรม การพัฒนานวัตกรรมโปรแกรมหาคำตอบเกม 24 และเกม 180 IQ ด้วยภาษา Python 1
คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร

นวัตกรรม การพัฒนานวัตกรรมโปรแกรมหาคำตอบเกม 24 และเกม 180 IQ  ด้วยภาษา Python 1

สรุปการพัฒนาสื่อ นวัตกรรม และเทคโนโลยี


สรุปการพัฒนาสื่อ นวัตกรรม และเทคโนโลยี

ทรู คลิกไลฟ์เดินหน้าพัฒนา “นวัตกรรมเรียนรู้”


“ทรู คลิกไลฟ์” เดินหน้าพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้ พาโรงเรียนเอกชนก้าวสู่การศึกษายุคใหม่ โดยมีการอบรมเชิงปฏิบัติการ ให้แก่ผู้บริหาร และครูผู้สอนในโครงการกว่า 400 คน
ช่องทางติดตามสถานีข่าว TNN ช่อง16
https://www.tnnthailand.com
https://tv.trueid.net/live/tnn16
https://www.youtube.com/c/tnn16
https://www.facebook.com/TNNthailand/
https://www.facebook.com/TNN16LIVE/
https://twitter.com/tnnthailand
https://www.instagram.com/tnn_online/
https://www.tiktok.com/@tnnonline
Line @TNNONLINE หรือคลิก https://lin.ee/4fP2tltIo
ทันโลก ทันเศรษฐกิจ ทันทุกความจริง กับ TNNช่อง16 สถานีข่าวที่ถือหลักการของการนำเสนอข่าวตรงประเด็น รวดเร็ว ถูกต้อง แม่นยำ และเป็นกลาง โดยทีมข่าวมืออาชีพ

ทรู คลิกไลฟ์เดินหน้าพัฒนา “นวัตกรรมเรียนรู้”

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูวิธีอื่นๆEconomy

ขอบคุณมากสำหรับการดูหัวข้อโพสต์ การ พัฒนา นวัตกรรม

See also  [NEW] รู้ยัง! 10 อันดับ MV เพลงฮิต ที่มียอดวิวสูงสุดใน YouTube | เพลง3 - Sathyasaith

4 thoughts on “[NEW] Innovation หรือ นวัตกรรม คืออะไร? และมีความหมายว่ายังไงบ้าง | การ พัฒนา นวัตกรรม – Sathyasaith”

  1. 210420 613244It is nearly impossible to discover knowledgeable males and females during this topic, however you sound like do you know what you are discussing! Thanks 246226

    Reply
  2. 439381 841452I was suggested this internet web site by my cousin. Im not certain whether this post is written by him as nobody else know such detailed about my dilemma. You are incredible! Thanks! 549570

    Reply
  3. 342188 696167You would endure heaps of different advised organized excursions with various chauffeur driven car experts. Some sort of cope previous capabilities and a normally requires a to obtain travel within expense centre, and even checking out the upstate New York. ??????? 632243

    Reply

Leave a Comment