[Update] Mongkol Patcharadamrongkul: พีระมิดสมรรถนะ : ตัวชี้วัดเพื่อควบคุมและจัดการประสิทธิผลอย่างมีประสิทธิภาพทั้ง Supply Chain | ป้ายบ่งชี้ คลังสินค้า – Sathyasaith

ป้ายบ่งชี้ คลังสินค้า: คุณกำลังดูกระทู้

แต่ก็อีกนั้นแหละ บางบริษัทมีแต่วัดประสิทธิภาพซะมากมาย จนบางทีใช้เวลาซะมากมายเพื่อจัดหาหรือจัดเตรียมข้อมูลมากกว่าการใช้เวลาเพื่อการทำงานหรือพัฒนาปรับปรุงงานให้ดีขึ้น

จริงๆ ตัวชี้วัดในองค์กร ไม่ได้จำเป็นต้องมีมากมายหรอก แต่ที่มีมันต้องครอบคลุมทุกกระบวนการทำงาน ครอบคลุมทั้ง supply chain และต้องไม่เอียงไปด้านหนึ่งเกินไป เพราะชีวิตการทำงาน การบริหารต้องมีสมดุล 555

blog ครั้งนี้ เลยนำเสนอตัวชี้วัดหลักทั้ง Supply chain เพื่อให้แต่ละบริษัทลองไปพิจารณานำไปใช้ดูนะครับ เผื่อจะได้ลด KPI ที่มีเป็น 100 ลงได้บ้างดูได้ตามภาพนี้เลยครับ

Core Supply Chain Metric

จากภาพ จะเห็นได้ว่าการมีตัววัด (Metric) ก็เพื่อ ช่วยวัดผลการดำเนินงาน เพื่อเอาผลการดำเนินงานมาวิเคราะห์ให้เข้าใจปัญหา แล้วนำปัญหาไปพัฒนาแก้ไขปรับปรุง โดยตัววัดที่จำเป็นตลอด Supply chain ตามภาพคือ

1. ความแม่นยำในการพยากรณ์ความต้องการ ( Demand Accuracy) ตัววัดนี้ ต้องเข้าใจก่อนนำไปใช้ด้วยนะ ว่าเป้าหมายการพยากรณ์ที่สำคัญนำไปใช้เพื่ออะไร จะได้ออกแบบรูปแบบการพยากรณ์ที่เหมาะสม ว่าวัดเป็นราย SKU ดีหรือเป็นกลุ่มดี รอบการวัดผล ควรเป็นอย่างไร และที่สำคัญต้องเข้าใจลักษณะของ Demand ว่าเป็นแบบใด ยิ่งถ้ารู้พฤติกรรมการกินของลูกค้าได้ ก็ยิ่งดี

2. อัตราความสามารถในการตอบสนองลูกค้า (Perfect order) คือ ความสามารถของบริษัทในการตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้อย่างสมบูรณ์ โดยความสมบูรณ์ (Perfect) มี 4 มิติที่ต้องทำให้ได้ คือ ส่งได้ครบถ้วน ตรงเวลา คุณภาพดี เอกสาร-ข้อมูลถูกต้องสมบูรณ์

3. ต้นทุนรวมเพื่อตอบสนองความต้องการ (Total cost to serve) คือ ต้นทุนรวมทุกกระบวนงานตลอด Supply chain ที่ต้องใช้เงินเพื่อทำให้การเคลื่อนไหวของงาน และสินค้า ซื่งครอบคลุมถึงต้นทุนของวัตถุดิบที่จัดหามาด้วย โดยทั่วไปจะมีประมาณ 80-95% ของยอดขาย แต่บางบริษัทก็เกิน 100% จนขาดทุนไปเลยก็มี

4. รอบระยะเวลาเงินสด (Cash to Cash Cycle time) คือ ความสามารถในการเปลี่ยนเงินเป็นเงิน  โดยพิจารณาจาก 3 ปัจจัย คือ ระยะเวลารับเงิน ระยะเวลาจ่ายเงิน และระยะเวลาถือครองสินค้าคงคลัง โดยค่าที่คำนวนได้ยิ่งน้อยยิ่งดี โดยธุรกิจที่ดีถ้าสามารถซื้อเชื่อ ขายสด ไม่มีสินค้าคงคลัง รับรองได้ความสามารถในการเปลี่ยนเงินเป็นเงินดีแน่ สภาพคล่องก็ดีแน่ๆ เลย

5. ระยะเวลาชำระหนี้ (Account payable day) คือ จำนวนวันโดยเฉลี่ยในการชำระเงินให้เจ้าหนี้ หรือกล่าวสั้นๆ คือ credit term ที่เราได้จาก supplier นั้นเอง ยิ่งนาน ยิ่งดี เพราะเราจะได้มีเวลาในการแปลงวัตถุดิบเป็นเงิน โดยที่ยังไม่ต้องจ่ายเงินค่าวัตถุดิบ

6. ระยะเวลารับชำระหนี้ (Account Receiveable day) คือ จำนวนวันโดยเฉลี่ยที่เรารับเงินจากลูกค้า หลังที่เราได้ส่งมอบความต้องการให้ลูกค้าแล้ว ยิ่งได้เร็ว ก็ยิ่งดี รับเป็นเงินสดได้ ก็ดีใหญ่

7. ระยะเวลาในการถือครองสินค้าคงคลัง (Inventory day) คือ จำนวนวันที่เราเก็บสินค้าคงคลังไว้ครอบครอง โดยสินค้าคงคลังที่กล่าวถึงนี้ ครอบคลุม ทั้งวัตถุดิบ สินค้าระหว่างผลิต และสินค้าสำเร็จรูป ยิ่งน้อย ยิ่งดี หลายบริษัทพยายามทำให้เกิด Zero inventory มีเครื่องมือหลายตัวนำมาใช้ เช่น JIT, Consignment, VMI, Cross docking แต่อย่าลืมสินค้าคงคลังมีไว้รองรับความไม่แน่นอน ยิ่งกระบวนการใดที่ขาดความแน่นอน ไม่ไว้วางใจ ทำให้เราต้องมีสินค้าคงคลังรองรับเพียบ

8. คุณภาพของวัตถุดิบ (Raw material Quality) คือ ความน่าเชื่อถือของวัตถุดิบที่จัดซื้อจัดหา จะต้องดีทั้งตอนตรวจรับ และการนำไปใช้งาน

9. การส่งมอบวัตถุดิบตรงเวลาและครบถ้วน ( Raw material in full and on time) คือ ประสิทธิภาพการทำงานของ supplier ที่นอกจากส่งของดีมาให้ใช้แล้ว ของดีเหล่านั้นต้องมาตรงเวลา และครบถ้วนตามเวลาที่กำหนดกันไว้

10. จำนวนวันถือครองวัตถุดิบ (Raw material inventory day) คือ ระยะเวลาที่เราเก็บสินค้าคงคลังประเภทวัตถุดิบไว้เพื่อรอใช้งาน ยิ่งเก็บไว้นานยิ่งไม่ดี ต้นทุนจม สภาพคล่องหาย วัตถุดิบก็มีโอกาสเสียหายได้ง่าย

11. ต้นทุนการจัดซื้อ (Purchasing Cost) คือ ต้นทุนการดำเนินงานต่างๆ ที่จ่ายไปเพื่อให้ได้วัตถุดิบมา เช่น ค่าแรงพนักงาน ค่าขนส่ง ค่า shipping ค่าประกัน… นั้นบางครั้งการสั่งซื้อแต่ละครั้งต้องดูด้วยว่าควรซื้อจากแหล่งใดที่ทำให้ต้นทุนการสั่งซื้อเหมาะสม ไม่ใช่ดูแต่ราคาวัตถุดิบอย่างเดียว

12. ต้นทุนวัตถุดิบทางตรง (Direct Material Cost) คือ มูลค่าของวัตถุดิบที่จัดซื้อ การมีแหล่งวัตถุดิบที่มีราคาต่ำ คุณภาพตามเกณฑ์ ย่อมนำซึ่งความได้เปรียบในการแข่งขัน เป็นหน้าที่ที่เราต้องพัฒนาร่วมกับ supplier เพื่อให้เกิดต้นทุนที่น้อยลงจำไว้เสมอครับ “Waste ที่ Source คือ Cost ที่เรา”

13. ต้นทุนแต่ละด้านต่อยอดขาย (Cost Details) คือ การวัดต้นทุนการดำเนินงานในแต่ละด้านต่อยอดขาย เช่น ต้นทุนคลังสินค้า ต้นทุนสินค้าคลัง ต้นทุนการผลิต ต้นทุนขนส่ง ต้นทุนคุณภาพ ต้องทุนการบริการจัดการ เป็นต้น ยิ่งเราแจกแจงได้ละเอียด ก็ยิ่งเป็นประโยชน์ ดังนั้นพื้นฐานื่สำคัญ คือบริษัทควรทำ  Activity Base Costing

14. อัตราการผลิตได้ตามแผน ( Scheduling Achievement) คือ ความสามารถด้านการผลิตที่สามารถดำเนินงานได้ตามแผนงานที่กำหนดไว้ โดย 2 ปัจจัยหลัก ที่ควรควบคุมคือ ประสิทธิภาพของเครื่องจักร ซื่งโดยปกติวัดผ่าน OEE และประสิทธิภาพการทำงานของคน เพื่อให้ได้เท่ากับหรือดีกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดไว้

15. อัตราการใช้กำลังการผลิต  (Plant utilization) คือ การวัดเพื่อพิจารณาว่าสินทรัพย์ที่เราลงทุนไปทั้งเครื่องจักร อาคารสถานที่ ระบบอัตโนมัติต่างๆ ได้ถูกใช้เต็มกำลังความสามารถแล้วใช่หรือไม่

See also  หนังสือเสียง 7 อุปนิสัยสำหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิ่ง The 7 Habits of Highly Effective People | หนังสือ 7 habits | ข่าวการลงทุนที่มาแรงที่สุดในวันนี้

16. จำนวนวันถือครอง WIP และ FG คือ ระยะเวลาที่จัดเก็บสินค้าระหว่างผลิต (WIP)  และสินค้าสำเร็จรูป (FG) ไว้ในครอบครอง ยิ่งมีมาก จะไม่ดี เพราะต้นทุนจม สภาพคล่องหาย ความสูญเปล่าด้านอื่นๆ จะตามมา

17.ระยะเวลาในการดำเนินงานตามคำสังซื้อ (Order Cycle Time) คือ ระยะเวลารวมที่ใช้ในการดำเนินงานเพื่อส่งมอบความต้องการไปยังลูกค้า หรือ Lead time ของการทำงานนั้นเอง โดยปกติจะแบ่งเป็น 3 ส่วนหลักคือ  Lead time ในการผลิต, Lead Time ในการส่งมอบ และ Lead Time ในการจัดหาวัตถุดิบ แต่ถ้าหากใครสามารภแบ้งได้ย่อยกว่านี้ก็จะดียิ่งขึ้นครับ

18. อัตราความยืดหยุ่นหรือความคล่องตัวต่อการเปลี่ยนแปลง (Agility Rate) คือ ความสามารถในการปรับเปลี่ยนตามความต้องการที่เพิ่มขึ้น ลดลง เปลี่ยนรุ่น เลื่อนเข้า เลื่อนออก โดยสามารถปรับเปลี่ยนได้และตอบสนองได้รวดเร็ว แต่มีความเสียหายเกิดขึ้นน้อย

และเพื่อให้เกิดความเข้าใจมากยิ่งขึ้น ผมมี VDO และบรรยากาศที่ได้ไปบรรยายเรื่องตัวชี่วัดสมรรถนะที่ต้องควบคุมตลอดโซุอุปทานกับกิจกรรม Logistics Showcase ครั้ง 8 เมื่อ 18 ก.ค 60 มาให้ชมกันครับ

ไปดูกันได้เลยและขอให้มีความสุขกับการชมนะครับ

และต้องขอบคุณสำนักโลจิสติกส์ที่ได้ให้โอกาสไปร่วมแชร์องค์ความรู้ในครั้งนี้ด้วยนะครับ
#เรียนรู้ที่จะให้ก็สุขใจที่จะรับ #SCOR

บ่อยครั้งในการเข้าให้คำปรึกษาสถานประกอบการทั้งเล็ก-ใหญ่ จะรู้ได้ยังไงว่าบริษัทนั้นๆ มีประสิทธิภาพ แน่นอนครับเครื่องหนึ่งก็คือ “ตัวชี้วัด” หรือที่หลายๆ คนอาจเรียกว่า KPI หรือ Metric เพื่อบอกประสิทธิภาพตัวเองเทียบกับอดีต หรือคู่แข่ง หรือเทียบกับความคาดหวังของลูกค้าแต่ก็อีกนั้นแหละ บางบริษัทมีแต่วัดประสิทธิภาพซะมากมาย จนบางทีใช้เวลาซะมากมายเพื่อจัดหาหรือจัดเตรียมข้อมูลมากกว่าการใช้เวลาเพื่อการทำงานหรือพัฒนาปรับปรุงงานให้ดีขึ้นจริงๆ ตัวชี้วัดในองค์กร ไม่ได้จำเป็นต้องมีมากมายหรอก แต่ที่มีมันต้องครอบคลุมทุกกระบวนการทำงาน ครอบคลุมทั้ง supply chain และต้องไม่เอียงไปด้านหนึ่งเกินไป เพราะชีวิตการทำงาน การบริหารต้องมีสมดุล 555blog ครั้งนี้ เลยนำเสนอตัวชี้วัดหลักทั้ง Supply chain เพื่อให้แต่ละบริษัทลองไปพิจารณานำไปใช้ดูนะครับ เผื่อจะได้ลด KPI ที่มีเป็น 100 ลงได้บ้างดูได้ตามภาพนี้เลยครับจากภาพ จะเห็นได้ว่าการมีตัววัด (Metric) ก็เพื่อ ช่วยวัดผลการดำเนินงาน เพื่อเอาผลการดำเนินงานมาวิเคราะห์ให้เข้าใจปัญหา แล้วนำปัญหาไปพัฒนาแก้ไขปรับปรุง โดยตัววัดที่จำเป็นตลอด Supply chain ตามภาพคือ1. ความแม่นยำในการพยากรณ์ความต้องการ ( Demand Accuracy) ตัววัดนี้ ต้องเข้าใจก่อนนำไปใช้ด้วยนะ ว่าเป้าหมายการพยากรณ์ที่สำคัญนำไปใช้เพื่ออะไร จะได้ออกแบบรูปแบบการพยากรณ์ที่เหมาะสม ว่าวัดเป็นราย SKU ดีหรือเป็นกลุ่มดี รอบการวัดผล ควรเป็นอย่างไร และที่สำคัญต้องเข้าใจลักษณะของ Demand ว่าเป็นแบบใด ยิ่งถ้ารู้พฤติกรรมการกินของลูกค้าได้ ก็ยิ่งดี2. อัตราความสามารถในการตอบสนองลูกค้า (Perfect order) คือ ความสามารถของบริษัทในการตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้อย่างสมบูรณ์ โดยความสมบูรณ์ (Perfect) มี 4 มิติที่ต้องทำให้ได้ คือ ส่งได้ครบถ้วน ตรงเวลา คุณภาพดี เอกสาร-ข้อมูลถูกต้องสมบูรณ์3. ต้นทุนรวมเพื่อตอบสนองความต้องการ (Total cost to serve) คือ ต้นทุนรวมทุกกระบวนงานตลอด Supply chain ที่ต้องใช้เงินเพื่อทำให้การเคลื่อนไหวของงาน และสินค้า ซื่งครอบคลุมถึงต้นทุนของวัตถุดิบที่จัดหามาด้วย โดยทั่วไปจะมีประมาณ 80-95% ของยอดขาย แต่บางบริษัทก็เกิน 100% จนขาดทุนไปเลยก็มี4. รอบระยะเวลาเงินสด (Cash to Cash Cycle time) คือ ความสามารถในการเปลี่ยนเงินเป็นเงิน โดยพิจารณาจาก 3 ปัจจัย คือ ระยะเวลารับเงิน ระยะเวลาจ่ายเงิน และระยะเวลาถือครองสินค้าคงคลัง โดยค่าที่คำนวนได้ยิ่งน้อยยิ่งดี โดยธุรกิจที่ดีถ้าสามารถซื้อเชื่อ ขายสด ไม่มีสินค้าคงคลัง รับรองได้ความสามารถในการเปลี่ยนเงินเป็นเงินดีแน่ สภาพคล่องก็ดีแน่ๆ เลย5. ระยะเวลาชำระหนี้ (Account payable day) คือ จำนวนวันโดยเฉลี่ยในการชำระเงินให้เจ้าหนี้ หรือกล่าวสั้นๆ คือ credit term ที่เราได้จาก supplier นั้นเอง ยิ่งนาน ยิ่งดี เพราะเราจะได้มีเวลาในการแปลงวัตถุดิบเป็นเงิน โดยที่ยังไม่ต้องจ่ายเงินค่าวัตถุดิบ6. ระยะเวลารับชำระหนี้ (Account Receiveable day) คือ จำนวนวันโดยเฉลี่ยที่เรารับเงินจากลูกค้า หลังที่เราได้ส่งมอบความต้องการให้ลูกค้าแล้ว ยิ่งได้เร็ว ก็ยิ่งดี รับเป็นเงินสดได้ ก็ดีใหญ่7. ระยะเวลาในการถือครองสินค้าคงคลัง (Inventory day) คือ จำนวนวันที่เราเก็บสินค้าคงคลังไว้ครอบครอง โดยสินค้าคงคลังที่กล่าวถึงนี้ ครอบคลุม ทั้งวัตถุดิบ สินค้าระหว่างผลิต และสินค้าสำเร็จรูป ยิ่งน้อย ยิ่งดี หลายบริษัทพยายามทำให้เกิด Zero inventory มีเครื่องมือหลายตัวนำมาใช้ เช่น JIT, Consignment, VMI, Cross docking แต่อย่าลืมสินค้าคงคลังมีไว้รองรับความไม่แน่นอน ยิ่งกระบวนการใดที่ขาดความแน่นอน ไม่ไว้วางใจ ทำให้เราต้องมีสินค้าคงคลังรองรับเพียบ8. คุณภาพของวัตถุดิบ (Raw material Quality) คือ ความน่าเชื่อถือของวัตถุดิบที่จัดซื้อจัดหา จะต้องดีทั้งตอนตรวจรับ และการนำไปใช้งาน9. การส่งมอบวัตถุดิบตรงเวลาและครบถ้วน ( Raw material in full and on time) คือ ประสิทธิภาพการทำงานของ supplier ที่นอกจากส่งของดีมาให้ใช้แล้ว ของดีเหล่านั้นต้องมาตรงเวลา และครบถ้วนตามเวลาที่กำหนดกันไว้10. จำนวนวันถือครองวัตถุดิบ (Raw material inventory day) คือ ระยะเวลาที่เราเก็บสินค้าคงคลังประเภทวัตถุดิบไว้เพื่อรอใช้งาน ยิ่งเก็บไว้นานยิ่งไม่ดี ต้นทุนจม สภาพคล่องหาย วัตถุดิบก็มีโอกาสเสียหายได้ง่าย11. ต้นทุนการจัดซื้อ (Purchasing Cost) คือ ต้นทุนการดำเนินงานต่างๆ ที่จ่ายไปเพื่อให้ได้วัตถุดิบมา เช่น ค่าแรงพนักงาน ค่าขนส่ง ค่า shipping ค่าประกัน… นั้นบางครั้งการสั่งซื้อแต่ละครั้งต้องดูด้วยว่าควรซื้อจากแหล่งใดที่ทำให้ต้นทุนการสั่งซื้อเหมาะสม ไม่ใช่ดูแต่ราคาวัตถุดิบอย่างเดียว12. ต้นทุนวัตถุดิบทางตรง (Direct Material Cost) คือ มูลค่าของวัตถุดิบที่จัดซื้อ การมีแหล่งวัตถุดิบที่มีราคาต่ำ คุณภาพตามเกณฑ์ ย่อมนำซึ่งความได้เปรียบในการแข่งขัน เป็นหน้าที่ที่เราต้องพัฒนาร่วมกับ supplier เพื่อให้เกิดต้นทุนที่น้อยลงจำไว้เสมอครับ “Waste ที่ Source คือ Cost ที่เรา”13. ต้นทุนแต่ละด้านต่อยอดขาย (Cost Details) คือ การวัดต้นทุนการดำเนินงานในแต่ละด้านต่อยอดขาย เช่น ต้นทุนคลังสินค้า ต้นทุนสินค้าคลัง ต้นทุนการผลิต ต้นทุนขนส่ง ต้นทุนคุณภาพ ต้องทุนการบริการจัดการ เป็นต้น ยิ่งเราแจกแจงได้ละเอียด ก็ยิ่งเป็นประโยชน์ ดังนั้นพื้นฐานื่สำคัญ คือบริษัทควรทำ Activity Base Costing14. อัตราการผลิตได้ตามแผน ( Scheduling Achievement) คือ ความสามารถด้านการผลิตที่สามารถดำเนินงานได้ตามแผนงานที่กำหนดไว้ โดย 2 ปัจจัยหลัก ที่ควรควบคุมคือ ประสิทธิภาพของเครื่องจักร ซื่งโดยปกติวัดผ่าน OEE และประสิทธิภาพการทำงานของคน เพื่อให้ได้เท่ากับหรือดีกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดไว้15. อัตราการใช้กำลังการผลิต (Plant utilization) คือ การวัดเพื่อพิจารณาว่าสินทรัพย์ที่เราลงทุนไปทั้งเครื่องจักร อาคารสถานที่ ระบบอัตโนมัติต่างๆ ได้ถูกใช้เต็มกำลังความสามารถแล้วใช่หรือไม่16. จำนวนวันถือครอง WIP และ FG คือ ระยะเวลาที่จัดเก็บสินค้าระหว่างผลิต (WIP) และสินค้าสำเร็จรูป (FG) ไว้ในครอบครอง ยิ่งมีมาก จะไม่ดี เพราะต้นทุนจม สภาพคล่องหาย ความสูญเปล่าด้านอื่นๆ จะตามมา17.ระยะเวลาในการดำเนินงานตามคำสังซื้อ (Order Cycle Time) คือ ระยะเวลารวมที่ใช้ในการดำเนินงานเพื่อส่งมอบความต้องการไปยังลูกค้า หรือ Lead time ของการทำงานนั้นเอง โดยปกติจะแบ่งเป็น 3 ส่วนหลักคือ Lead time ในการผลิต, Lead Time ในการส่งมอบ และ Lead Time ในการจัดหาวัตถุดิบ แต่ถ้าหากใครสามารภแบ้งได้ย่อยกว่านี้ก็จะดียิ่งขึ้นครับ18. อัตราความยืดหยุ่นหรือความคล่องตัวต่อการเปลี่ยนแปลง (Agility Rate) คือ ความสามารถในการปรับเปลี่ยนตามความต้องการที่เพิ่มขึ้น ลดลง เปลี่ยนรุ่น เลื่อนเข้า เลื่อนออก โดยสามารถปรับเปลี่ยนได้และตอบสนองได้รวดเร็ว แต่มีความเสียหายเกิดขึ้นน้อยและเพื่อให้เกิดความเข้าใจมากยิ่งขึ้น ผมมี VDO และบรรยากาศที่ได้ไปบรรยายเรื่องตัวชี่วัดสมรรถนะที่ต้องควบคุมตลอดโซุอุปทานกับกิจกรรม Logistics Showcase ครั้ง 8 เมื่อ 18 ก.ค 60 มาให้ชมกันครับไปดูกันได้เลยและขอให้มีความสุขกับการชมนะครับและต้องขอบคุณสำนักโลจิสติกส์ที่ได้ให้โอกาสไปร่วมแชร์องค์ความรู้ในครั้งนี้ด้วยนะครับ#เรียนรู้ที่จะให้ก็สุขใจที่จะรับ #SCOR

See also  ข่าวดีประเทศไทย : ชาวสวนยางปลูกมัลเบอร์รี่สร้างรายได้ | รายได้ประเทศไทย

[NEW] ��÷� ���ª��� (Label) | ป้ายบ่งชี้ คลังสินค้า – Sathyasaith

Reply by
Message
on : 23/4/2556 13:59:00


PichaiTC

(R15754)

��� Page Set Up -> Columns ��Ѻ

�ͧ��� google ����� “access report columns”

�� YouTube ���ٴ��¤�Ѻ
Back to Top


การจัดการคลังสินค้า Warehouse Management


นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูความรู้เพิ่มเติมที่นี่

การจัดการคลังสินค้า Warehouse Management

EP7 (SCM) พนักงานคลังสินค้ามีหน้าที่อะไรบ้าง (warehouse management)


พนักงานคลังสินค้ามีหน้าที่หลัก ๆ อะไรบ้าง เป็นประโยชน์สำหรับใครที่กำลังต้องการหางานทำในคลังสินค้าหรือฝ่าย HR ที่จะได้เข้าใจหน้าที่ความรับผิดชอบของพนักงานคลังสินค้า เวลาที่ต้องสรรหาบุคลากรในตำแหน่งนี้ จะได้ง่ายขึ้นค่ะ หรือ SME Startup ที่กำลังเติบโต และต้องมีคลังสินค้าเป็นของตัวเอง ก็จะได้แนวทางในการกำหนดหน้าที่คนที่จะเข้ามาดูแลคลังสินค้าและ \”พัฒนาพนักงาน\” ค่ะ ติดตามฟังได้ในคลิปนี้ \”EP7 (SCM) พนักงานคลังสินค้ามีหน้าที่อะไรบ้าง (warehouse management) กับพอดแคสต์การบริหารจัดการซัพพลายเชน \”how to improve supply chain management\”
.
.
.
ติดตามฟังได้ทั้งใน podcast และใน youtube ค่ะ
.
🎙 Podbean: https://gurusupplychain.podbean.com/
.
📢 Anchor: https://anchor.fm/gurulogistics
.
📡Spotify: https://open.spotify.com/show/5ZY3B4sOSVuEIdyXHGDGnY…
.
☁ Soundcloud: https://soundcloud.com/isdtraining
.
🍎 Apple : https://podcasts.apple.com/…/po…/gurulogistics/id1494548850
.
🎥 Youtube Channel GuruLogistics (เขียนติดกันนะคะ) :https://www.youtube.com/channel/UCRWmljdzAy7GBLYMu7YGUmg
.
หรือช่องทาง Facebook fanpage
.
https://www.facebook.com/LogisticsGooroo

See also  Using diff command in Unix Linux ► Explained with examples | 리눅스 diff

กลยุทธ์Supplychain
supplychainstrategy
ธุรกิจเติบโต
ISDconsultant
Supplychain
logistics
กูรู้โลจิสติกส์กับอินทิราสิทธิเวช
โลจิสติกส์ SCM
กูรูโลจิสติกส์

EP7 (SCM) พนักงานคลังสินค้ามีหน้าที่อะไรบ้าง (warehouse management)

สอนการขับโฟล์คลิฟท์ เข้าใจใน 7 นาที


ขับโฟล์คลิฟท์

สอนการขับโฟล์คลิฟท์ เข้าใจใน 7 นาที

รูปแบบและวิธีการจัดการกระบวนการคลังสินค้า


รูปแบบและวิธีการจัดการกระบวนการคลังสินค้า
“สื่อการสอนนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ ThaiMOOC (thaimooc.org) และเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาตสิทธิ์แบบ Creative Commons ด้วยเงื่อนไข CC BY NC SA”

รูปแบบและวิธีการจัดการกระบวนการคลังสินค้า

kpi key performance indicator ดัชนีชี้วัดความสำเร็จ คลังสินค้า warehouse store เจ้าหญิงแห่งวงการiso


สวัสดีค่ะ วันนี้หลังจากที่เราทราบแล้วว่า kpi หรือ key performance indicator หรือ เคพีไอ คืออะไร แต่ก็มีหลายๆ คนที่ยังมองไม่ออกว่า kpi คืออะไร ตัวอย่างในแต่ละแผนก คืออะไร วันนี้ดิ๊ฟ เจ้าหญิงแห่งวงการ ISO เลยมาทำตัวอย่าง KPI ในแต่ละแผนกให้ฟังค่ะ วันนี้เป็นคิวของแผนก คลังสินค้า หรือ warehouse , store
อย่าลืมกดติดตาม กดกระดิ่งเพื่อไม่พลาดข้อมูลดีๆนะคะ
===========================
===========================
เมื่อคุณกำลังมองหา
วิทยากรสายฮา
วิทยากร พูดบรรยาย ได้ น่าฟัง
วิทยากรตลก
วิทยากรพูดน่าฟังมาก
คิดถึงดิ๊ฟ เจ้าหญิงแห่งวงการiso
สนใจติดต่ออบรม อบรม ออนไลน์ การฝึกอบรมหลักสูตรเพื่อการพัฒนาองค์กร อบรม หัวหน้างาน อบรม เอ็นเทรนนิ่ง อบรม สัมมนา ในรูปที่ไม่น่าเบื่อผ่านการกระตุ้นให้เรียนรู้ด้วยกิจกรรม
iso 9001 version 2015 ไทย
iso 14001 version 2015 ไทย
iatf 16949 คืออะไร
iatf 16949 vs iso9001
iatf 16949 core tools
iso 45001 version 2018 ( iso 45001 ระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย)
iso 17025 version 2017
internal audit iso 9001 version 2015 ( ตรวจติดตามภายใน iso 9001 )
internal audit iso 14001
gmp haccp
ประเมินความเสี่ยง iso 9001
ประเมินความเสี่ยง iso 45001
ประเมินความเสี่ยง 17025
ดัชนีชี้วัด kpi key performance indicator
ประเมิน aspect 14001
บริบทองค์กร
core tools iatf 16949 มีอะไรบ้าง
apqp automotive
fmea vda training
control plan
ppap
spc คืออะไร
msa training
swot analysis คือ
qc 7 tools
kaizen games for training
kaizen โรงงานอุตสาหกรรม
action plan ทำอย่างไร
lean คือ
bsc คือ
risk assessment iso 9001
การควบคุมเอกสารในระบบการจัดการ (document control)
why why analysis ตัวอย่าง
qcc training
iso 13485 ภาษาไทย
5 ส ในโรงงาน
tpm total productive maintenance
csr คือ
corrective action and preventive action
การจัดการความรู้ (knowledge management)
การจัดการคุณภาพ
การจัดการความเสี่ยง
จิตสำนึกคุณภาพ
จิตสำนึกความปลอดภัย
vda6.3 process audit
มาตรฐาน iso คืออะไร
okr คืออะไร
okr vs kpi
train the trainer
ความสูญเสีย 7 ประการ
8d report training
ช่องทางการติดต่อ inhouse training , online training หรืองานที่ปรึกษา สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ที่ [email protected] หรือ โทร 0828255353

kpi key performance indicator ดัชนีชี้วัดความสำเร็จ คลังสินค้า warehouse store เจ้าหญิงแห่งวงการiso

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูวิธีอื่นๆInvestement

ขอบคุณมากสำหรับการดูหัวข้อโพสต์ ป้ายบ่งชี้ คลังสินค้า

7 thoughts on “[Update] Mongkol Patcharadamrongkul: พีระมิดสมรรถนะ : ตัวชี้วัดเพื่อควบคุมและจัดการประสิทธิผลอย่างมีประสิทธิภาพทั้ง Supply Chain | ป้ายบ่งชี้ คลังสินค้า – Sathyasaith”

  1. 232866 769096We supply you with a table of all the emoticons that can be used on this application, and the meaning of each symbol. Though it might take some initial effort on your part, the skills garnered from regular and strategic use of social media will create a strong foundation to grow your business on ALL levels. 144067

    Reply
  2. 545636 585713I dont normally look at these types of sites (Im a pretty modest person) – but even though I was a bit shocked as I was reading, I was definitely a bit excited as nicely. Thanks for producing my day 530643

    Reply
  3. 202679 768155In case you tow a definite caravan nor van movie trailer your entire family pretty soon get exposed to the down sides towards preventing best securely region. awnings 101254

    Reply

Leave a Comment